ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

0702/1076 · 4 มีนาคม 2557

เลขที่หนังสือ
0702/1076
วันที่
4 มีนาคม 2557
ข้อกฎหมาย
พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 547) พ.ศ.2555
เลขตู้
77/38888

1.ข้อหารือ

ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า บริษัท ก. จำกัด (บริษัทฯ) ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กับ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2084/2555 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 และสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ RP 2085/2555 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 สัญญาดังกล่าวมีสาระสำคัญว่า ให้ บริษัทฯ (ลูกหนี้ / ผู้จำนอง) ชำระหนี้ที่ค้างชำระให้แก่ บสส. ให้เป็นการเสร็จสิ้นครบถ้วน รวมเป็นเงิน 375,000,000.00 บาทภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2555 โดยแบ่งเป็น 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2084/2555ฯ จำนวน 343,000,000.00 บาท และสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2085/2555ฯ จำนวน 32,000,000.00 บาท ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2084/2555ฯ บสส. ได้รับการโอนหนี้ของบริษัทฯ จากธนาคาร ข. (ธนาคารฯ) รวมทั้งรับโอนสิทธิเรียกร้อง สิทธิหรือภาระผูกพันอื่นใด ตลอดจนสิทธิอื่นใดเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งปวงที่ธนาคารฯ มีต่อบริษัทฯ และผู้ค้ำประกัน ตามสัญญาโอนทรัพย์สิน ฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2543 และเป็นการรับโอนตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 บริษัทฯ ยอมรับว่า บริษัทฯ มีภาระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ในคดีหมายเลขแดงที่ 9480/2544 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2544 ค้างชำระหนี้กับ บสส. เป็นเงิน 669,411,751 บาทโดยมีบุคคลผู้ค้ำประกันคือ บริษัท ค. จำกัด บริษัท ต. จำกัด นางสาวเด่นดาว เด่นไพศาล นายยศ เด่นไพศาล และ นายนกูล งามวุฒิวงศ์ โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนี้

1.1 ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลบางกะปิ (ลาดพร้าวฝั่งเหนือ) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รวม 8 แปลง โฉนดเลขที่ 26525 26526 26527 26528 42274 42275 42276 และ 42277ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ค. จำกัด และบริษัท ค. จำกัด เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วย

1.2 ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี รวม 22 แปลง โฉนดเลขที่ 6893 24870 24871 ที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 547 548 554 555 556 557 558 1376 1510 ที่ดินตราจองเลขที่ 38 370 372 571 809 810 ที่ดิน น.ส. 3 เล่ม 8 1 8 8 หน้า 146 283 130 144 สารบบเล่ม 8 4 4 2 หน้า 101 283 23 92 ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้

2. สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2085/2555 บสส. ได้รับโอนหนี้ของบริษัทฯ จากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) ตามสัญญาโอนทรัพย์สิน ฉบับลงวันที่ 1 สิงหาคม 2555 และเป็นการรับโอนตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 มีภาระหนี้รวม 95,325,369.82 บาท คู่สัญญาได้ทำความตกลงการชำระหนี้ที่บริษัทฯ มีอยู่กับ บสส. โดยแบ่งเป็น 2 ภาระหนี้ ดังนี้

2.1 ภาระหนี้ที่ 1 บริษัทฯ ยอมรับว่า บริษัทฯ มีภาระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ในคดีหมายเลขแดงที่ 3955/2546 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2546 ค้างชำระเป็นเงิน 21,028,714.52 บาท

2.2 ภาระหนี้ที่ 2 บริษัทฯ ยอมรับว่า บริษัทฯ มีภาระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในคดีหมายเลขแดงที่ กค.641/2544 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2544 ค้างชำระเป็นเงิน 74,296,655.30 บาทภาระหนี้ที่ 1 และ 2 ผู้ค้ำประกันตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้คือ บริษัท ค. จำกัด บริษัท ง. จำกัด บริษัท จ. จำกัด นางสาว เด่นดาว เด่นไพศาล นายยศ เด่นไพศาล นายนกูล งามวุฒิวงศ์ และนายวิจารย์ ผันศรี โดยมีหลักทรัพย์จำนอง ดังนี้

(1) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลบางกะปิ (ลาดพร้าวฝั่งเหนือ) อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร รวม 8 แปลง โฉนดเลขที่ 26525 26526 26527 26528 42274 42275 42276 และ 42277 กรรมสิทธิ์ของ บริษัท ค. จำกัด และบริษัท ค. จำกัด เป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาปรับปรุงครงสร้างหนี้ด้วย

(2) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี รวม22 แปลง ที่ดินโฉนดเลขที่ 6893 24870 24871 ที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 547 548 554 555556 557 558 1376 1510 ที่ดินตราจองเลขที่ 38 370 372 571 809 810 ที่ดิน น.ส. 3 เล่ม8 1 8 8 หน้า 146 283 130 144 สารบบเล่ม 8 4 4 2 หน้า 101 283 23 92 กรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(3) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี รวม 7 แปลงที่ดินโฉนดเลขที่ 6891 14484 14485 14486 14487 14488 และ ที่ดิน น.ส. 3 สารบบเล่ม 4 หน้า 321/312 เล่มที่ 1 หน้า 190 หมู่ที่ 4 กรรมสิทธิ์ของ บริษัทฯ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ถูกยึดขายทอดตลาดตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยไปแล้ว

บริษัทฯ ได้ชำระหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั้ง 2 ฉบับ รวมเป็นเงิน 375,000,000.00 บาทให้แก่ บสส. แล้ว ทั้งนี้ ในการชำระหนี้ดังกล่าวบริษัทฯ ได้ขายหลักประกันบางส่วน ซึ่งได้แก่ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 22 แปลง ให้แก่บริษัท จ. เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 มีค่าใช้จ่ายในการโอน จำนวน 5,358,978 บาททั้งนี้ หลักประกันที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 22 แปลงดังกล่าว เป็นหลักประกันของสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั้ง 2 สัญญา (RP 2084/2555 และ RP 2085/2555)แต่บริษัท จ. ผู้ซื้อหลักประกันดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ค้ำประกันในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เลขที่ RP 2084/2555 แต่อย่างใด บริษัทฯ จึงขอทราบว่า การที่บริษัทฯ ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี รวม 22 แปลง คือที่ดินโฉนดเลขที่ 6893 24870 24871, ที่ดิน น.ส. 3 ก.เลขที่ 547 548 554 555 556 557 558 1376 1510 ที่ดินตราจองเลขที่ 38 370 372 571 809 810 ที่ดิน น.ส. 3 เล่ม 8 1 8 8 หน้า 146 283 130 144 สารบบเล่ม 8 4 4 2 หน้า 101 283 23 92 ให้แก่บริษัท จ. แล้วนำเงินไปชำระหนี้ให้ บสส. เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 บริษัทฯ มีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 547) พ.ศ. 2555 หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีการใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 547) พ.ศ. 2555 นั้น เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินนำมาจำนองเป็นหลักประกันหนี้ของสถาบันการเงินให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน และสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยลูกหนี้ของสถาบันการเงินต้องนำเงินได้นั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระอยู่กับสถาบันการเงินหรือมีภาระผูกพันตามสัญญาประกันหนี้กับสถาบันการเงินตามหลักเกณฑ์ วีธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด และเฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์และการกระทำตราสารที่ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 นั้น การที่บริษัทฯ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ได้จำนองเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ให้แก่บริษัท จ. แล้วนำเงินนั้นไปชำระหนี้ให้ บสส. ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น จึงพิจารณาได้ดังนี้

1. หากบริษัทฯ นำเงินได้จากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปชำระหนี้ให้ บสส. ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท จ. ผู้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ที่ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว เงินได้ที่ได้รับจากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในส่วนที่ได้นำไปชำระหนี้ ให้ บสส. ในส่วนนี้ย่อมไม่ได้รับยกเว้นภาษีอากร ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 547) พ.ศ. 2555

2. หากบริษัทฯ นำเงินได้จากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปชำระหนี้ให้ บสส. ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท จ. ผู้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมิใช่ผู้ค้ำประกันที่ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว เงินได้ที่ได้รับจากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในส่วนที่นำไปชำระหนี้ให้บสส. ในส่วนนี้ย่อมได้รับยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 547) พ.ศ. 2555

กรณีบริษัทฯ ได้นำเงินได้จากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปชำระหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั้งจำนวนตาม 1. และ 2.ให้แก่เจ้าหนี้ในคราวเดียวกัน ก็ให้เฉลี่ยจำนวนเงินได้ที่ได้นำไปชำระหนี้ตามส่วนของจำนวนหนี้ที่ได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม 1. และ 2.

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 20 เมษายน 2561

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการโอนอสังหาริมทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

    0702/3071

  2. 23 กรกฎาคม 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรจากการ โอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0702/4259

  3. 11 เมษายน 2550

    ภาษีอากรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารเจ้าหนี้

    กค 0706/4078

  4. 7 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการขอคืนเงินภาษีอากรจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 433)            นาย จ.ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะ จำนวน 810,714 บาท ระบุมูลเหตุที่ขอคืนเนื่องจากได้รับยกเว้นรัษฎากรตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 433) พ.ศ. 2548 ซึ่งมีข้อเท็จจริงว่า ธนาคาร จำกัด (มหาชน) ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2544 กับ บริษัท ถ. จำกัด โดยนาย ถ. และบริษัทลิต จำกัด โดยนาย จ. ในฐานะลูกหนี้ สัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าว ลูกหนี้มีบุคคลค้ำประกันและมีที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนาย ถ. และนาย จ. จดทะเบียนจำนองค้ำประกันรวมจำนวน 48 แปลง ต่อมานาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ตกลงโอนที่ดินจำนวน 45 แปลง ตีชำระหนี้บางส่วนให้แก่ธนาคารฯ เป็นจำนวนเงิน 203,440,000 บาท ณ วันทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยในสัญญาฯ ระบุให้ลูกหนี้มีสิทธิขอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวคืนภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่วันจดทะเบียนโอนหลักทรัพย์ตีชำระหนี้ให้แก่ธนาคารฯ โดยลูกหนี้ตกลงเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการโอน ค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2548 นาย จ. ลูกหนี้/ผู้ค้ำประกัน ได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 50376, 50394, 1387, 1429, 46121 คืนจากธนาคารฯ ในราคา 18,853,783 บาท และได้โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1387, 1429, 46121 ให้กับการเคหะแห่งชาติในวันเดียวกันในราคา 33,314,400 บาท และนำเงินที่ขายได้ชำระหนี้ที่เหลือให้กับธนาคารฯ จำนวน 20,564,705.93 บาท ซึ่งช่วงของการโอนขายที่ดินระหว่างธนาคารฯ ไปยังลูกหนี้เจ้าพนักงานที่ดินได้เรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ ต่อมาธนาคารฯ ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรจากการโอนที่ดินตามกรณีดังกล่าวจำนวน 810,714 บาท

    กค 0706/5563

  5. 29 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547             ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้           1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ           2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาท

    กค 0706/11526

  6. 19 พฤษภาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีผลขาดทุนจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

    กค 0706/4499

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ