หนี้สูญและการเช่าซื้อ (มาตรา 47)
ตัวกรอง
ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (1)
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (0)
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (0)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ (0)
- อากรแสตมป์ (0)
- อื่น ๆ (0)
หมวดเรื่อง
ดูทั้งหมด- การบริจาคแก่องค์การสาธารณกุศล (48)
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย (27)
- การบริจาคสนับสนุนการศึกษา (8)
- เบี้ยประกันชีวิตพนักงาน (6)
- เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (4)
- สถานะภาษีของสมาคม (4)
- การยื่นภาษีของสามีภริยา (3)
- เงินได้จากการจ้างบุคคลภายนอก (3)
- ดอกเบี้ยและการหักภาษี ณ ที่จ่าย (2)
- การขอคืนภาษีเงินรางวัลและค่าเช่า (2)
- การขอคืนภาษีที่ชำระเกิน (1)
- รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (1)
- ราคาตลาดในการขายอสังหาริมทรัพย์ (1)
- เงินปันผลและเครดิตภาษี (1)
- บริการวิจัยและบริการทางวิชาการ (1)
- การชำระบัญชีและขอคืนภาษี (1)
- การบริจาคโรงเรียนพระปริยัติธรรม (1)
- หนี้สูญและการเช่าซื้อ (1)
- กำไรจากธุรกิจภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อน (1)
- ดอกเบี้ยจากการให้กู้ยืมเงิน (1)
มาตรา
มาตรา 47 ×
ปี พ.ศ.
พบ 1 เรื่อง · ติดตามเรื่องใหม่ของมาตรานี้ (Atom)
- กค 0706/1144328 ธันวาคม 2547ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขอใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบ ประเด็นปัญหา: มาตรา 47(1)(ฌ) มาตรา 65 และมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร สำนักงานประกันสังคม มีภารกิจในการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการและผู้ประกอบการสามารถชำระเงินสมทบผ่านธนาคาร ได้อีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับชำระเงินสมทบแล้ว สำนักงานฯ และธนาคารจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สถานประกอบการไว้เป็นหลักฐาน แต่มีสถานประกอบการหลายแห่งแจ้งว่าใบเสร็จรับเงินสูญหาย จึงขอให้สำนักงานฯ ถ่ายสำเนาใบเสร็จรับเงินพร้อมรับรองสำเนาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนภาษี ทำให้สำนักงานประกันฯ มีปัญหาในการค้นหาสำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งมีจำนวนมาก ในการรับชำระเงินสำนักงานได้ใช้ระบบ Computer Online ในการออกใบเสร็จรับเงินซึ่งสามารถพิมพ์รายงานเพื่อตรวจสอบการชำระเงินได้ จึงหารือว่า สำนักงานฯ สามารถใช้ใบรายการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการแทนสำเนาใบเสร็จรับเงินเพื่อใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีได้หรือไม่ และตามหนังสือที่อ้างถึง 2. สำนักงานฯ ได้มีหนังสือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้ 1. เงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่สำนักงานฯ เป็นผู้ออกให้ เป็นเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) และส่วนที่สถานประกอบการ (นายจ้าง) จ่ายสมทบคนละครึ่ง ส่วนเงินสมทบตามใบเสร็จรับเงินที่ชำระผ่านธนาคารนั้น แสดงจำนวนเงินที่ชำระเป็นยอดรวม แต่สำนักงานฯสามารถเรียกประวัติการรับชำระเงินของแต่ละสถานประกอบการจากระบบ Computer Online ได้ 2. นอกจากผู้ประกันตนตามข้อ 1. แล้ว สำนักงานฯ ยังมีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 (ประกันตนโดยสมัครใจ) ซึ่งหมายถึงผู้ที่พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างและได้สมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปโดยต้องจ่ายเงินสมทบทั้งจำนวนในอัตราเงินสมทบดังนี้ (1) ปี พ.ศ.2543-2545 ในอัตราร้อยละ 3 (2) ปี พ.ศ.2546 อัตราร้อยละ 4 และ (3) ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นไป อัตราร้อยละ 4.5
สำนักงานประกันสังคม มีภารกิจในการรับชำระเงินสมทบของสถานประกอบการและผู้ประกอบการสามารถชำระเงินสมทบผ่านธนาคาร ได้อีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับชำระเงินสมทบแล้ว สำนักงานฯ…
เปิดข้อหารือ