ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

อากรแสตมป์ กรณีอัตราอากรแสตมป์ของบัตรเงินฝาก

กค 0811/4241 · 4 พฤษภาคม 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/4241
วันที่
4 พฤษภาคม 2544
ประเภทภาษี
อากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย
ตราสารที่ 9(2)
เลขตู้
64/30459

1.ข้อหารือ

ธนาคารชำระค่าอากรแสตมป์สำหรับตราสารระบุประเภทของบัตรเงินฝาก หรือบัตร เอ็น.ซี.

ดี. ในอัตราฉบับละ 3 บาท โดยถือว่าเป็นประเภทหนึ่งของตั๋วเงินตามคำสั่งการของสำนักงานใหญ่ของ

แต่ละธนาคาร จึงหารือว่า บัตรเงินฝาก หรือบัตร เอ็น.ซี.ดี. เข้าลักษณะเป็นตราสารลักษณะ 13 “

ใบรับฝากเงินประเภทประจำของธนาคารโดยมีดอกเบี้ย” ซึ่งต้องชำระค่าอากรแสตมป์ฉบับละ 5 บาท

หรือเป็นตราสารลักษณะที่ 9 “ตั๋วเงิน” แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ซึ่งต้องชำระอากรแสตมป์ฉบับละ 3

บาท

2.แนววินิจฉัย

ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ให้คำจำกัดความของ “

บัตรเงินฝาก” หมายความว่า ตราสารซึ่งเปลี่ยนมือได้ที่ธนาคารพาณิชย์ ออกให้แก่ผู้ฝากเงินเพื่อเป็น

หลักฐานการรับฝากเงิน และเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตราสารที่จะได้รับเงินฝากคืน เมื่อสิ้นระยะเวลาอัน

กำหนดไว้โดยจะมีการกำหนดดอกเบี้ยไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น บัตรเงินฝากหรือบัตร เอ็น.ซี.ดี.

(Negotiable Certificate of Deposits) ดังกล่าว ถือเป็นตราสารทำนองเดียวกันที่ใช้อย่าง

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตามลักษณะแห่งตราสาร 9(2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ตามข้อ 2(6) ของ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ซึ่ง

ต้องชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินในอัตราฉบับละ 3 บาท

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 16 มกราคม 2549

    อากรแสตมป์ กรณีขออนุมัติชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร

    กค 0706/337

  2. 10 มิถุนายน 2548

    อากรแสตมป์ กรณีขออนุมัตินำอากรแสตมป์ที่ปิดทับลงบนตราสารไปหักกลบกับอากรที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน และขออนุมัติเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ประเด็นปัญหา: มาตรา 103            บริษัท ธนาคารฯ ขออนุมัตินำอากรแสตมป์ที่ชำระไว้แล้วโดยการปิดทับลงบนตราสารไปหักกลบกับอากรที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน และขออนุมัติเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินอากร โดยมีข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้           1. ฝ่ายตรวจสอบภายในด้านภาษีของบริษัท ธนาคารฯ ได้ให้แผนกต่าง ๆ ตรวจงานที่กระทำอยู่ว่ามีรายการใดบ้างที่เกี่ยวกับการเสียอากรแสตมป์ และได้ปฏิบัติถูกต้องตามประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 22) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการ ปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่ามีรายการ Cashier Order Cheque ซึ่งบริษัท ธนาคารฯ จัดทำขึ้นเป็นพิเศษมิได้อยู่รวมกับบัญชีคุมการจ่ายอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว แต่ได้ชำระอากรแสตมป์ด้วยการปิดทับลงบนตราสารแทน เนื่องจากพนักงานมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมาย           2. บริษัท ธนาคารฯ จึงขออนุมัตินำอากรแสตมป์ที่ชำระไว้แล้วด้วยการปิดทับลงบนตราสารดังกล่าวไปหักกลบลบหนี้กับอากรแสตมป์ที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน และขออนุมัติเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินอากร ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.84/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การลดเงินเพิ่มอากร ตามมาตรา 113 และมาตรา 114 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2542 โดยบริษัท ธนาคารฯ ได้ยื่นแบบขอชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารบางลักษณะ อ.ส.4ก. ชำระเฉพาะเงินเพิ่มไว้แล้วตามใบเสร็จรับเงินเป็นเงินจำนวน 2,225.21 บาท

    กค 0706(กม.08)/504

  3. 19 ธันวาคม 2544

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีภาษีอากรของธนาคารพาณิชย์

    กค 0811/11729

  4. 16 มิถุนายน 2543

    ภาษีเงินได้และอากรแสตมป์ กรณีจดทะเบียนภาระจำยอมในอสังหาริมทรัพย์

    กค 0811/31060

  5. 1 กรกฎาคม 2541

    อากรแสตมป์ กรณีนำส่งเงินอากรแสตมป์เป็นตัวเงินเกินกำหนดเวลา

    กค 0811(กม)/1269

  6. 3 ธันวาคม 2540

    อากรแสตมป์ กรณีการชำระอากรเป็นตัวเงินสำหรับตราสารตั๋วสัญญาใช้เงิน

    กค 0811/16444

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ