ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
กค 0811/14782 · 16 ตุลาคม 2541
- เลขที่หนังสือ
- กค 0811/14782
- วันที่
- 16 ตุลาคม 2541
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 65 ทวิ
- เลขตู้
- 61/27174
1.ข้อหารือ
บริษัทฯ ประกอบธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเพียง
อย่างเดียว โดยมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ใน
งวดบัญชีประจำปี 2540 หลังจากที่บริษัทฯ ได้นำส่งงบการเงินและแบบแสดงรายการภาษีเงินได้
(ภ.ง.ด.50) ต่อกรมสรรพากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำการตรวจสอบรายการบัญชีอีกครั้งหนึ่ง พบว่า
บริษัทฯ มิได้ทำการปรับปรุงค่าหรือราคาของทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเงินตราไทย ณ วันสิ้นงวดตามที่
กำหนดไว้ในมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่งแห่งประมวลรัษฎากร โดยในงบการเงินยังคงบันทึกบัญชีไว้
โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ณ วันที่เกิดรายการดังตัวอย่าง เช่น บัญชีเงินกู้ยืมระยะยาว
ต่างประเทศ ซึ่งได้บันทึกไว้ในงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540 เป็นจำนวนเงิน 1,400,000
USD
บริษัทฯ บันทึกบัญชีไว้เป็นจำนวนเงิน 35,280,000 บาท (คำนวณโดย 1,400,000 USD
คูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการกู้ยืมในอัตรา 1 USD = 25.20 บาท) ที่ถูกต้องตาม
มาตรฐานการบัญชีและตามประมวลรัษฎากรควรบันทึกเป็นจำนวนเงิน 66,578,400 บาท (คำนวณโดย
1,400,000 USD คูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540 อัตราแลกเปลี่ยน 1 USD =
47.566 บาท)
ดังนั้น ผลจากการปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้องจะทำให้เกิดบัญชีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ
วันที่ 31 ธันวาคม 2540 เป็นจำนวนเงิน 31,298,400 บาท ซึ่งบริษัทฯ ยังมิได้ดำเนินการปรับปรุง
บัญชีแต่อย่างใดทั้งสิ้น จึงหารือดังต่อไปนี้
1. ตามตัวอย่างเงินกู้ยืมดังกล่าวข้างต้นมียอดเงินคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540
เป็นเงิน 1,400,000 USD มีงวดการชำระเงินต้นคืนทุก 6 เดือน เป็นเงินงวดละ 200,000 USD แต่
ในงวดบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540 บริษัทฯ มิได้ปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนตามมาตรา 65 ทวิ
(5) วรรคหนึ่ง จึงขาดรายการบัญชีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นในงวดบัญชีดังกล่าว ดังนั้น
บริษัทฯ จึงขอทำการบันทึกบัญชีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนตามงวดการชำระคืนเงินต้น ซึ่งจะ
ถือปฏิบัติตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคสอง โดยจะขอยกเว้นการปฏิบัติตามเงื่อนไขในมาตรา 65 ทวิ
(5) วรรคหนึ่ง สำหรับงวดบัญชีประจำปี 2540 จะได้หรือไม่
2. หากคำขอในข้อ 1 มิได้รับการอนุมัติ แนวทางการแก้ไขให้ถูกต้องคือบริษัทฯ จะต้อง
จัดการแก้ไขงบการเงินประจำปี 2540 ให้ถูกต้อง และส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำการตรวจสอบ
และลงนามรับรองงบการเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นร่วมกับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.50)
เพื่อยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อกรมสรรพากร จะเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่
3. ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้นตามข้อ 2 บริษัทฯ จะยัง
สามารถใช้สิทธิเลือกปฏิบัติ โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายตามกฎเกณฑ์ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิเพื่อเสีย
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2540 ข้อ 2
และข้อ 3 จะยังคงได้รับสิทธิอยู่หรือไม่
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีตาม 1. บริษัทฯ มีหนี้สินคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี 31 ธันวาคม
2540 เป็นเงินตราต่างประเทศจึงต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่
ธนาคารพาณิชย์ขาย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่ง
ประมวลรัษฎากร ผลของการคำนวณถ้ามีผลขาดทุนจากการตีราคาหนี้สินดังกล่าว ให้นำมารวมคำนวณเป็น
รายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ทั้งจำนวน ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.
72/2540 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณรายได้ และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
เนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 และเมื่อบริษัทฯ
ชำระคืนเงินต้นในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตาม
ราคาตลาดในวันที่ชำระหนี้นั้นตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร
ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง
แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด
2. กรณีตาม 2. หากบริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตาม 1. บริษัทฯ จะต้องดำเนินการยื่นแบบแสดง
รายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.50) แก้ไขเพิ่มเติม ภ.ง.ด.50 ประจำปี 2540 ให้ถูกต้องต่อไป
3. กรณีตาม 3. บริษัทฯ มีรอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31
ธันวาคม ดังนั้นบริษัทฯ จึงมีสิทธินำผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการตีราคาหนี้สิน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
31 ธันวาคม 2540 ตาม 1. ซึ่งเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่มีการปรับปรุงระบบการ
แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศกระทรวงการคลัง ลงวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 มาเลือกคำนวณ
เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามข้อ 2 และข้อ 3 ของ
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.72/2540 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ก็ได้
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
24 กุมภาพันธ์ 2542
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอเปลี่ยนวิธีหักขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกค 0811/01761
29 ตุลาคม 2541
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนของทรัพย์สินกค 0811(กม)/1906
2 กันยายน 2541
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการปรับปรุงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรากค 0811/12918
1 เมษายน 2541
เงื่อนไขการปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีกำไรหรือขาดทุนจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรากค 0811/04028
7 มกราคม 2541
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการคำนวณรายจ่ายเนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรากค 0811/00023
14 ตุลาคม 2540
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณรายได้และรายจ่ายจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรากค 0811/14025
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/6384 กุมภาพันธ์ 2568ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญเปิดข้อหารือ
- กค 0702/49744 กันยายน 2567ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการควบเข้ากันของบริษัทมหาชนจำกัดเปิดข้อหารือ
- กค 0702/13596 มีนาคม 2567ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับชำระค่าเช่าที่ดินเปิดข้อหารือ
- กค 0702/597419 ตุลาคม 2566ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขุดลอกดินบริเวณท่าเทียบเรือเปิดข้อหารือ
- กค 0702/168328 มีนาคม 2566ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม ที่เกิดขึ้นจากการตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ