ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีการคิดดอกเบี้ยเกินบัญชีวิธีพิเศษ

กค 0811/12881 · 22 ธันวาคม 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/12881
วันที่
22 ธันวาคม 2542
เลขตู้
62/28740

1.ข้อหารือ

ธนาคารฯ ประกอบกิจการเป็นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ ซึ่งมีการให้กู้ยืมเงิน

แก่ลูกค้าประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการให้กู้เบิกเงินเกินบัญชี ธนาคารฯ จะคิดดอกเบี้ยจากยอด

เบิกเงินเกินบัญชีตามอัตราดอกเบี้ยปกติกับลูกค้าทุกประเภท เนื่องจากธนาคารฯ มีความประสงค์จะเพิ่ม

ปริมาณลูกค้าเพื่อตอบสนองกับภาวะการแข่งขันในธุรกิจธนาคารพาณิชย์จึงมีความประสงค์ที่จะกำหนดวิธี

จัดเก็บดอกเบี้ยสำหรับการกู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD) สำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มบริษัท เช่น กลุ่ม

บริษัทในเครือเป็นระบบวิธีพิเศษแตกต่างจากลูกค้าธรรมดาอื่นโดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. กลุ่มบริษัทลูกค้าที่มีบริษัทในเครือที่ประสงค์จะขอใช้วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบพิเศษจะต้อง

แจ้งความจำนงการเข้าร่วมพูล (Pool) โดยจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารทั้งกลุ่ม

การกู้เงินในระบบพูล (Pool) นี้ ธนาคารฯ จะไม่เชื่อมโยงการโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีสะสมทรัพย์

(Saving Account) ไปยังกระแสรายวัน (Current Account) ลูกค้าแต่ละรายจะต้องทำรายการ

โอนเงินจากบัญชีสะสมทรัพย์ไปยังบัญชีกระแสรายวันเองไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินเพื่อชำระเงินตามเช็คที่

ตนสั่งจ่ายหรือเพื่อลดยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีคงเหลือ การคำนวณยอดหนี้กู้เบิกเกินบัญชีเพื่อการคิดดอกเบี้ย

ธนาคารฯ จะทำการหักลบยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของบริษัทในพูล (Pool) กับ

ยอดกู้เบิกเงินเกินบัญชีของพูล (Pool) ดังนี้

(1) หากยอดเงินฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) มีมากกว่ายอดเงินกู้เบิกเกินบัญชี

ของพูล (Pool) ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยจากลูกค้า แม้ว่าบริษัทบางแห่งที่ร่วมในพูล (Pool) จะมียอด

เบิกเงินเกินบัญชีก็ตามและธนาคารฯ จะไม่จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ส่วนของยอดเงินฝากคงเหลือในพูล

(Pool) ที่มากกว่ายอดเบิกเงินเกินบัญชี(เว้นแต่ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแก้ไขระเบียบว่าด้วย

การจ่ายดอกเบี้ยแก่บัญชีกระแสรายวันในภายหลังแต่ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการคิดดอกเบี้ยให้)

(2) ถ้ายอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีของพูล (Pool) มีมากกว่ายอดเงินฝากคงเหลือ

ธนาคารฯ ก็จะคิดดอกเบี้ยจากส่วนเกินนี้โดยเฉลี่ยกระจายตามสัดส่วนยอดเบิกเกินบัญชีของแต่ละบริษัทใน

กลุ่มที่มียอดเงินกู้เบิกเกินบัญชี

2. ระบบการคิดดอกเบี้ยวิธีนี้เป็นการพิจารณากลุ่มบริษัททั้งหลาย (Pool) เสมือนว่าเป็น

ลูกค้ารายเดียวกัน การคิดดอกเบี้ยจะทำให้

(1) ช่วยลดต้นทุนธุรกิจจากดอกเบี้ยการกู้เงินเกินบัญชีของลูกค้ากลุ่มบริษัทและเป็น

การเสริมสภาพคล่องในทางธุรกิจในภาวะที่ธุรกิจซบเซาเช่นปัจจุบัน

(2) ส่วนธนาคารฯ จะได้ประโยชน์ในการสนองความต้องการของลูกค้าในเรื่อง

ดอกเบี้ยและเพิ่มปริมาณลูกค้าโดยการหมุนเวียนของกระแสเงินฝากถอนการคงเงินฝากของลูกค้าใน

บัญชีกระแสรายวันซึ่งธนาคารฯไม่มีภาระดอกเบี้ยต้องจ่ายแต่อย่างใดและ

(3) การให้บริการในรูปแบบดังกล่าวเป็นการเสนอบริการ Cash Management

(การบริหารเงินสด)ของลูกค้าซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มบริษัทใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติอันเป็นส่วนหนึ่งของ

การเปิดเสรีทางการเงินซึ่งประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคนี้ด้วย

ธนาคารฯ จึงหารือว่าวิธีคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีสุทธิหลังจากหักยอดเงิน

ฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) ตามวิธีดังกล่าวข้างต้นของธนาคารฯ เป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ตาม

ประมวลรัษฎากรในการเรียกเก็บดอกเบี้ย ทั้งนี้วิธีการคิดดอกเบี้ยดังกล่าวธนาคารฯ ได้รับความเห็นชอบ

จากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ดังนั้น ในการคำนวณรายรับของธนาคารเพื่อการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

และภาษีเงินได้นิติบุคคล จะคิดจากยอดดอกเบี้ยรับจริงดังกล่าวเท่านั้นถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีการคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีสุทธิหลังจากหักยอดเงินฝากคงเหลือรวม

ของพูล (Pool) ดังกล่าวข้างต้น ยังไม่ถือว่ามีเหตุอันสมควรตามมาตรา 65 ทวิ (4) และมาตรา

91/16(6) แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานจึงมีสิทธิประเมินดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชีเพิ่มขึ้นตาม

ยอดเงินกู้เบิกเกินบัญชีก่อนหักยอดเงินฝากคงเหลือรวมของพูล (Pool) เพื่อให้นำไปเสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะเพิ่มเติมได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 24 กรกฎาคม 2566

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายดอกเบี้ยให้แก่สำนักงานใหญ่ในกรณีกู้เงินเพื่อเพิ่มเงินกองทุนและกรณีแปลงกำไรสะสมเป็นทุน

    กค 0702/4123

  2. 14 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการจ่ายค่าธรรมเนียมการให้กู้เงิน (Front End Fee)

    กค 0706/11062

  3. 10 มกราคม 2546

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการรับคืนเงินกู้

    กค 0706(กม.09)/063

  4. 19 เมษายน 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/3178

  5. 25 มีนาคม 2542

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการโอนกิจการของสถาบันการเงิน

    กค 0811/02750

  6. 29 กรกฎาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในลูกหนี้เงินกู้ของสถาบันการเงินที่ถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่ง

    กค 0811/11384

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/16 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ