ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่าและบริการ

กค 0811/05395 · 8 มิถุนายน 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/05395
วันที่
8 มิถุนายน 2542
ข้อกฎหมาย
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.73/2541 ฯ, ท.ป.74/2541 ฯ
เลขตู้
62/27899

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์โดยจัดทำสัญญาเช่าระยะสั้น 3 ปี สัญญาเช่า

ระยะยาว 30 ปี สัญญาสิทธิการได้ใช้บริการอุปกรณ์สาธารณูปโภค และสัญญาบริการ บริษัทฯ ได้

เรียกเก็บเงินประกันสำหรับสัญญาเช่า สัญญาสิทธิการได้ใช้อุปกรณ์และสัญญาบริการเป็นเงิน 6 เท่าของ

ค่าเช่าและค่าบริการต่อเดือน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เรียกเก็บเงินประกันมิเตอร์น้ำเป็นเงิน 5,000 บาท

ต่อเครื่อง เงินประกันมิเตอร์ไฟเป็นเงิน 10,000 บาทต่อเครื่อง เงินประกันมิเตอร์โทรศัพท์เป็นเงิน

15,000 บาทต่อเครื่อง เงินประกันมิเตอร์แก๊สเป็นเงิน 25,000 บาทต่อเครื่อง ขอทราบว่า

1. เงินประกันสัญญาเช่า สัญญาสิทธิการได้ใช้อุปกรณ์ สัญญาบริการ ที่ลูกค้าชำระมา

ล่วงหน้า 30 ปี บริษัทฯ จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในระยะเวลา 30 ปี ได้หรือไม่

2. เงินประกันสัญญาเช่า 3 ปี จะเข้าเงื่อนไขตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541

เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการเรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน

เงินมัดจำ หรือเงินจอง ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ป.74/2541 ฯ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

3. เงินประกันสัญญาสิทธิการได้ใช้อุปกรณ์ 3 ปี และเงินประกันสัญญาบริการ 3 ปี เมื่อ

บริษัทฯเรียกเก็บเงินประกันดังกล่าว บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยใช่หรือไม่ ลูกค้ามีสิทธิหัก

ภาษี ณ ที่จ่ายได้ หรือไม่ และบริษัทฯ ต้องนำมารวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณส่งภาษีเงินได้ด้วย ใช่หรือไม่

4. หากบริษัทฯ คืนเงินประกันดังกล่าวให้กับลูกค้า บริษัทฯ จะต้องบันทึกเป็นรายจ่าย

ใช่หรือไม่

5. เงินประกันมิเตอร์ดังกล่าว บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่หรือไม่ โดยลูกค้า

มีสิทธิหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ หรือไม่ และบริษัทฯ ต้องถือเป็นรายได้ด้วย หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีการให้บริการที่ได้มีการเรียกเก็บเงินประกันตามสัญญา และต่อมา ได้มีการคืนเงิน

ประกันให้กับผู้รับบริการ ภาระภาษีสำหรับเงินประกันดังกล่าว บริษัทฯ สามารถถือปฏิบัติได้ตาม

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการ

เรียกเก็บเงินจ่ายล่วงหน้า เงินประกัน เงินมัดจำ หรือเงินจอง ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.74/2541 ฯ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

2. กรณีดังต่อไปนี้ไม่ถือเป็นเงินก้อนที่จะต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้

ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.73/2541 ฯ ลงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.74/2541 ฯ ลงวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2541

(ก) โดยขนบธรรมเนียม

ประเพณีทางธุรกิจได้มีการเรียกเก็บเงินประกันหรือเงินมัดจำ

(ข) ต้องมีการคืนเงินประกัน หรือเงินมัดจำให้แก่ผู้เช่าหรือผู้รับบริการทันทีที่สัญญา

สิ้นสุดลงโดยไม่มีเงื่อนไข แต่กรณีเกิดความเสียหาย ผู้ให้เช่าหรือผู้ให้บริการมีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้

(ค) เงินประกัน หรือเงินมัดจำที่เรียกเก็บต้องไม่เกิน 6 เท่า ของค่าเช่าหรือ

ค่าบริการรายเดือนและ

(ง) สัญญาการให้เช่าทรัพย์สินหรือการให้บริการมีอายุสัญญาไม่เกิน 3 ปีดังนั้น กรณี

เงินประกันการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ หรือการให้บริการอื่น ถ้ามีการเรียกเก็บตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ก็

จะไม่ถือเป็นเงินก้อน จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่า ประเด็นปัญหา: มาตรา 65 มาตรา 77/1(8)(10) มาตรา 78            1. บริษัท ก. ได้เรียกเก็บเงินประกัน และเงินมัดจำจากผู้เช่าหรือผู้รับบริการเมื่อมีการลงนามในสัญญาบริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินประกันและเงินมัดจำที่เรียกเก็บคืนผู้รับบริการโดยไม่มีดอกเบี้ย เงินประกันและเงินมัดจำที่กล่าวถึงได้แก่               - เงินประกันการรับบริการตามสัญญาเป็นจำนวน 3 เท่าของอัตราค่าบริการ รายเดือน               - เงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า และเงินประกันมิเตอร์น้ำประปา               - เงินมัดจำสายโทรศัพท์และเงินมัดจำบัตรจอดรถ           2. บริษัทฯ ได้เรียกเก็บเงินชดเชยความเสียหายจากผู้ใช้บริการ เนื่องจากผู้ใช้บริการประมาทเลินเล่อทำให้ทรัพย์สินของอาคารชำรุดเสียหาย ซึ่งเงินดังกล่าวได้รับชำระโดยบริษัทประกันของผู้ใช้บริการ ซึ่งไม่มีการชำระในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ           3. บริษัทฯ ได้เรียกเก็บเงินประกันการเข้าตกแต่งอาคาร โดยระบุไว้ในสัญญาเช่าเมื่อผู้เช่าอาคารได้ตกแต่งอาคารเสร็จเรียบร้อย และได้ดำเนินการให้บริษัทฯ เข้าตรวจเช็คพื้นที่เช่าตามข้อกำหนดในสัญญาแล้ว หากไม่พบความเสียหายใด ๆ บริษัทฯ จะคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่ผู้เช่าทันที เงินประกันดังกล่าวเรียกเก็บไม่เกิน 3 เท่าของค่าเช่ารายเดือน และสัญญาเช่าทรัพย์สิน มีอายุสัญญาไม่เกิน 3 ปี

    กค 0706/พ./5801

  2. 10 มกราคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่า

    กค 0811/90

  3. 5 มกราคม 2543

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินมัดจำสัญญาเช่า

    กค 0811/30025

  4. 25 มีนาคม 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเรียกเก็บเงินประกันการเช่าและบริการ

    กค 0811/02740

  5. 25 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินประกันการเช่าอาคาร เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์

    กค 0811/13962

  6. 16 กันยายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินมัดจำค่าเช่าและค่าบริการจากการให้เช่าพื้นที่ในอาคาร

    กค 0811/13569

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ