ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินได้จากหลักทรัพย์ให้กับบริษัท Custodian ในต่างประเทศ

กค 0811/03734 · 26 เมษายน 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/03734
วันที่
26 เมษายน 2542
ข้อกฎหมาย
มาตรา 70
เลขตู้
62/27777

1.ข้อหารือ

บริษัท เอ ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา และมิได้ประกอบกิจการใน

ประเทศไทยเป็นบริษัท Custodian ให้กับกองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาเกษตรกรรม (The

International Fund for Agricultural Development หรือ IFAD) และธนาคารระหว่าง

ประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ (The International Bank for Reconstruction and

Development หรือ IBRD)

IFAD และ IBRD มีฐานะเป็นทบวงการชำนัญพิเศษตามพระราชกฤษฎีกา ระบุ

ทบวงการชำนัญพิเศษ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2521 ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และได้รับการคุ้มครองสำหรับ

การดำเนินงานในประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษแห่ง

สหประชาชาติ ฉบับวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองการ

ดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504

บริษัทฯ ได้นำเงินของ IFAD และ IBRD เข้ามาลงทุนซื้อหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์

แห่งประเทศไทย โดยตามบัญชีรายชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์

แห่งประเทศไทยระบุชื่อบริษัทฯ เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ และเงินได้จากหลักทรัพย์ดังกล่าว เช่น

เงินปันผล จะถูกส่งไปเข้าบัญชีของบริษัทฯ ในต่างประเทศ

ขอหารือว่า เมื่อบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จ่ายเงินได้จากหลักทรัพย์ในกรณีดังกล่าว ไป

เข้าบัญชีของบริษัทฯ ซึ่งเป็น Custodian ของ IFAD และ IBRD จะถือว่าเงินได้ดังกล่าวเป็นของ

IFAD และ IBRD และมีผลให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา

70 แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. เนื่องจากมาตรา 225 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ.2535 บัญญัติให้สันนิษฐานว่าหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ เป็นหลักทรัพย์ของบุคคลผู้มีชื่อ

ปรากฏในบัญชีรายชื่อที่ผู้ฝากหลักทรัพย์จัดทำขึ้น ทั้งนี้ ตามชนิด ประเภท และจำนวนที่ปรากฏในบัญชี

2. ดังนั้น เมื่อตามข้อเท็จจริงข้างต้น ปรากฏว่าบัญชีรายชื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่

ผู้ฝากหลักทรัพย์ทำขึ้น ระบุชื่อบริษัทฯ เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ จึงต้องสันนิษฐานว่าหลักทรัพย์นั้นเป็นของ

บริษัทฯ มิใช่เป็นของ IFAD และ IBRD ฉะนั้น เมื่อบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ส่งเงินได้จากหลักทรัพย์

เช่น เงินปันผลหรือเงินกำไรจากการขายหลักทรัพย์ออกไปให้บริษัทฯ ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ

สหรัฐอเมริกา และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์มีหน้าที่ต้องหัก

ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 10 หรือ 15 ของเงินได้ดังกล่าวตามมาตรา 70 แห่ง

ประมวลรัษฎากร และอาจได้รับการลดหรือยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์ในอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับ

ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน

3. อย่างไรก็ดี เนื่องจากบทบัญญัติในมาตรา 225 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์

และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นเพียงข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย และโดยที่ IFAD และ IBRD มี

ฐานะเป็นทบวงการชำนัญพิเศษซึ่งได้รับการยอมรับนับถือโดยประเทศต่าง ๆ ดังนั้น หาก IFAD และ

IBRD สามารถจัดทำหนังสือรับรองความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ โดยระบุชนิด ประเภท และจำนวนที่

บริษัทฯ ถือแทนในกรณีดังกล่าว และส่งมอบหนังสือรับรองนั้นให้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ กรณี

ดังกล่าวถือได้ว่าเงินได้จากหลักทรัพย์นั้นเป็นของ IFAD หรือ IBRD และเงินได้ดังกล่าวจะได้รับยกเว้น

ภาษีเงินได้ในประเทศไทยตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินการของสหประชาชาติ

และทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504 และเมื่อบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จ่ายเงินได้

จากหลักทรัพย์ตามที่ระบุในหนังสือรับรองไปเข้าบัญชีของบริษัทฯ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ไม่มีหน้าที่ต้อง

หักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 9 กุมภาพันธ์ 2558

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยมีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    กค 0702/1887

  2. 1 สิงหาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวมที่ตั้งโดยนิติบุคคลต่างชาติ

    กค 0706/7616

  3. 30 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีค่าธรรมเนียมการยืมจากการทำธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

    กค 0706/10946

  4. 4 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้จากเงินปันผลจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประเด็นปัญหา: มาตรา 60 และมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร            บริษัท ก. จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2546 ประกอบธุรกิจส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน หารือกรณีเงินได้จากเงินปันผลจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้           1. เมื่อปี 2546 บริษัทฯ ได้ลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท บ. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทฯ ซื้อหุ้นดังกล่าวผ่านตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ UOB           2. ในปี 2547 บริษัทฯ ได้รับเงินปันผลจากบริษัท บ. โดยบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ในนามของตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ทั้ง 2 แห่ง และตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) จะนำเงินปันผลจากหลักทรัพย์มาจ่ายคืนให้แก่บริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินปันผล เรียกว่า “Subsidiary Tax Certificate” และหลักฐานประกอบ ได้แก่ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ ออกให้แก่ UOB           บริษัทฯ หารือว่า บริษัทฯ สามารถใช้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินปันผลที่ได้รับจากตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker) ซึ่งอยู่ในต่างประเทศมาเป็นหลักฐานในการเครดิตภาษีของบริษัทฯ ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ได้หรือไม่

    กค 0706/5429

  5. 29 มีนาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเงินได้ที่ได้รับจากการขายหลักทรัพย์

    กค 0706/3104

  6. 3 พฤศจิกายน 2542

    ภาระภาษีของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

    กค 0811/11339

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 70 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ