ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินค้ำประกันรับจากตัวแทนจำหน่าย

กค0706/พ./2804 · 3 เมษายน 2549

เลขที่หนังสือ
กค0706/พ./2804
วันที่
3 เมษายน 2549
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 82/3มาตรา 91/2
เลขตู้
69/34051

1.ข้อหารือ

กรณีเงินค้ำประกันรับจากตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ เงินประกันที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากผู้แทนจำหน่ายก่อนที่จะมีการซื้อขายสินค้าตามสัญญาฯ เป็นเงินที่เรียกเก็บเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ เองในการตอบแทนให้สิทธิการเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ และเป็นหลักประกันในการชำระค่าสินค้าและหนี้ที่ผู้แทนจำหน่ายมีต่อบริษัทฯ ในกรณีเลิกสัญญาหากมีหนี้ค้างจ่ายบริษัทฯ ก็สามารถหักเงินประกันมาชำระหนี้ค้างจ่ายได้ทันที ดังนั้น เงินประกันดังกล่าวจึงเป็นฐานภาษีสำหรับการให้บริการตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรบริษัทฯ จึงมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้แทนจำหน่ายตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร โดย เงินค้ำประกันดังกล่าวมิใช่เรียกเก็บเพื่อประโยชน์ในการตอบแทนให้สิทธิการเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ หากแต่เป็นหลักทรัพย์ที่มีเพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อในการซื้อสินค้า เงินค้ำประกันดังกล่าวจึงมิใช่รายรับจากการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.แนววินิจฉัย

1. เงินค้ำประกันที่บริษัทฯ เรียกเก็บจากผู้แทนจำหน่ายมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อในการซื้อสินค้า ซึ่งเป็นเงินค้ำประกันทางธุรกิจที่กระทำกันเมื่อมีการให้วงเงินเครดิต โดยผู้แทนจำหน่ายสามารถวางหลักประกันเป็นที่ดิน อาคาร เงินสด หรือ Bank Guarantee แบบหนึ่งแบบใดหรือมากกว่าหนึ่งแบบก็ได้ และบริษัทฯ จะพิจารณาให้เครดิตในวงเงินสินเชื่อประมาณ 1-2.5 เท่าของหลักประกัน หากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันบริษัทฯ จะขายสินค้าให้แก่ผู้แทนจำหน่ายได้โดยผู้แทนจำหน่ายต้องชำระเงินค่าสินค้าทันที และเมื่อเลิกสัญญาบริษัทฯ จะคืนเงินค้ำประกันให้แก่ผู้แทนจำหน่าย ในกรณีที่ผู้แทนจำหน่ายนำเงินสดมาวางค้ำประกัน บริษัทฯ จะจ่ายเงินชดเชยให้ในอัตราที่ใกล้เคียงที่บริษัทฯ ได้รับจากธนาคาร เนื่องจากบริษัทฯ นำเงินสดที่ได้ไปฝากธนาคารและได้รับผลตอบแทน จึงต้องจ่ายคืนในรูปเงินชดเชยให้แก่ผู้แทนจำหน่ายทุกไตรมาส ดังนั้น เงินค้ำประกันดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเงินที่เรียกเก็บเพื่อการตอบแทนให้สิทธิเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทฯ แต่อย่างใด ไม่ถือเป็นเงินที่บริษัทฯ ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ จึงไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

:            2. เงินชดเชยที่ผู้แทนจำหน่ายได้รับจากบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ นำเงินค้ำประกันที่ไดไปฝากธนาคาร และได้รับผลตอบแทน จึงต้องจ่ายคืนให้แก่ผู้แทนจำหน่ายทุกไตรมาสตามข้อเท็จจริง เข้าลักษณะเป็นรายรับจากการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ และอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ดังนั้น ผู้แทนจำหน่ายจะต้องนำเงินชดเชยดังกล่าวไปคำนวณเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2(5) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 23 กันยายน 2567

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเรียกเก็บเงินค้ำประกันจากผู้จำหน่ายสินค้า

    กค 0702/5434

  2. 6 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าส่งเสริมการขาย

    กค 0702/4699

  3. 17 ธันวาคม 2550

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าในเขตอุตสาหกรรมส่งออก (EPZ)

    กค 0706/พ./12212

  4. 26 สิงหาคม 2548

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินค้ำประกันรับจากตัวแทนจำหน่าย

    กค 0706(กม.03)/พ.747

  5. 17 กันยายน 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการซ่อมรถยนต์ที่อยู่ในระหว่างสัญญารับประกันความเสียหาย

    กค 0811/9105

  6. มีนาคม 2544

    ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะของรายรับจากธุรกิจบัตรเครดิต และการให้เช่าซื้อสินค้า

    กค 0811/3074

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 82/3 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ