ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการดำเนินการตามโครงการ New Logistics Center for Electronic Parts และการดำเนินธุรกรรมของบริษัท ต่างประเทศภายใน NLC

กค 0706(กม.06)/881 · 5 ตุลาคม 2548

เลขที่หนังสือ
กค 0706(กม.06)/881
วันที่
5 ตุลาคม 2548
เลขตู้
68/33606

1.ข้อหารือ

กรณีการดำเนินการตามโครงการ New Logistics Center for Electronic Parts

(NLC) และการดำเนินธุรกรรมของบริษัทต่างประเทศภายใน NLC มีข้อเท็จจริงสรุปได้ว่า

บริษัทฯ และ I ได้ทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นในการศึกษาเรื่องการร่วมลงทุนในโครงการ

จัดตั้ง New Logistics Center for Electronic Parts (NLC) โดยได้ทำแผนธุรกิจและ

ทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ NLC ดังกล่าวและเนื่องจากการดำเนิน

ธุรกรรมที่เกิดขึ้นใน NLC ถือเป็นกรณีใหม่เกิดขึ้นภายในเขตปลอดอากร บริษัทฯ จึง

หารือภาระภาษีต่าง ๆ ภายใต้ประมวลรัษฎากรกรณีการดำเนินธุรกรรมภายใน NLC

โดยแยกเป็นประเภทภาษีตามลำดับดังนี้

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.1กรณีนำสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปใน NLC ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่ได้รับ

ยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร มีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

1.2 กรณีนำสินค้าออกจาก NLC โดยมิได้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แต่

นำออกจาก NLC เข้ามาให้แก่ผู้ประกอบการในราชอาณาจักร ผู้ที่นำสินค้าออกจาก

NLC มีฐานะเป็นผู้นำเข้า ดังนั้น ผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

1.3 กรณีนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปใน NLC เฉพาะสินค้าที่ต้องเสีย

อากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรถือเป็นการ

ส่งออกตามมาตรา 77/1(14)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ที่ส่งสินค้าเข้าไปใน NLC มี

หน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

1.4 การให้บริการของธุรกรรมที่เกิดขึ้นใน NLC เป็นการให้บริการรับส่งหรือ

กระจายสินค้าซึ่งเป็นการกระทำในราชอาณาจักรไทย ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร

2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

2.1 กรณี NLC เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย

ไทยจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ใด

2.2 กรมสรรพากรอนุญาตให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทหรือ

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ สามารถส่งสินค้าและเก็บ

สินค้า (Non-resident Inventory) ในคลังสินค้าของ NLC ในเขตปลอดอากรได้หรือไม่

อย่างไร

2.3 กรณีผู้ประกอบการต่างประเทศ หากเกิดรายการค้าขายระหว่าง

ผู้ประกอบการต่างประเทศในขณะที่สินค้าเก็บอยู่ในคลังสินค้าของ NLC ผู้ประกอบการ

ต่างประเทศมีภาระภาษี ทั้งกรณีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาระภาษีมูลค่าเพิ่มใน

ประเทศไทย อันเนื่องจากรายการสินค้านั้นหรือไม่ เนื่องจากในกรณีของประเทศ

สิงคโปร์ผู้ประกอบการต่างประเทศไม่มีภาระภาษี ทั้งกรณีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลและ

ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ NLC มิได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหรือผู้กระทำการแทน

ผู้ประกอบการต่างประเทศในการติดต่อให้เกิดการค้าระหว่างกันแต่อย่างใด

2.แนววินิจฉัย

1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.1 กรณี NLC เป็นเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เมื่อ

นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้าไปใน NLC เฉพาะสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตาม

กฎหมายว่าด้วยศุลกากร การนำเข้าสินค้าดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตาม

มาตรา 81(2)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 กรณีนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตาม

กฎหมายว่าด้วยศุลกากรออกจาก NLC ซึ่งเป็นเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วย

ศุลกากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แต่นำออกจาก NLC เข้ามาให้

ประกอบกิจการในราชอาณาจักร เข้าลักษณะเป็นการนำเข้าตามมาตรา 77/1(12) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ผู้นำสินค้าออกจาก NLC มีฐานะเป็นผู้นำเข้าซึ่งมีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 โดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อ

เจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา

83/9 แห่งประมวลรัษฎากร

1.3 กรณีนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปใน NLC ซึ่งเป็นเขตปลอดอากร

ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้น

อากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรเข้าลักษณะเป็นการส่งออกตามมาตรา

77/1(14)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ที่ส่งสินค้าเข้าไปใน NLC จะได้รับสิทธิเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125) เรื่อง กำหนด

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากร

และการขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่า

ด้วยศุลกากร ตามมาตรา 77/1(14) (ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15

มกราคม พ.ศ. 2545

1.4 กรณีการให้บริการของ NLC เป็นการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการ

เคลื่อนย้ายวัตถุดิบ สินค้าระหว่างการผลิต และสินค้าสำเร็จรูป ตลอดจนให้บริการด้าน

การจัดการคลังสินค้าตลอดจนระบบการขนส่งแบบ Logistics ภายในเขตปลอดอากร ใน

นามของลูกค้าเป็นการทั่วไป จึงเข้าลักษณะเป็นผู้ให้บริการซึ่งทำหน้าที่รับส่งหรือ

กระจายสินค้าซึ่งได้กระทำในราชอาณาจักรไทยอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม

มาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 จาก

มูลค่าของบริการที่ได้รับทั้งสิ้นตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร

2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

2.1 กรณี NLC เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตาม

กฎหมายไทย NLC จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิตามมาตรา 65 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำใน

รอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา

65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

2.2 กรณีผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศดำเนินการส่งสินค้าและเก็บสินค้า (Non-resident

Inventory) ในคลังสินค้าของ NLC ในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หาก

ผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศขายสินค้า

ให้แก่ผู้ซื้อในประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม

กฎหมายต่างประเทศและประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมี NLC เป็นผู้ทำการแทนใน

นามของผู้ประกอบการต่างประเทศ (ผู้ขายสินค้า) ในการเก็บรักษาและส่งมอบสินค้า

ดังกล่าวในประเทศไทยแล้ว หากไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า NLC ได้ประกอบธุรกิจอย่าง

เป็นอิสระจากผู้ประกอบการต่างประเทศตามแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัย

ภาษีอากรที่ 2/2526 เรื่อง ภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 76

ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ย่อมถือว่าบริษัทหรือห้าง

หุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศมี NLC เป็นผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อซึ่งเป็นเหตุ

ให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ซึ่ง NLC มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่น

รายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแทนผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งเป็นบริษัทหรือ

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศผู้ขายสินค้าดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 76 ทวิ แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2.3 กรณีผู้ประกอบการต่างประเทศซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าส่งสินค้าจาก

ต่างประเทศเข้าไปเก็บไว้ในคลังสินค้าของตนภายใน NLC ซึ่งเป็นเขตปลอดอากร และ

ภายหลังได้ส่งสินค้าดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรภายใต้รายการค้าขายระหว่างตน

กับผู้ประกอบการต่างประเทศรายอื่น การขายและการส่งมอบดังกล่าวไม่ถือเป็นการ

ขายในราชอาณาจักร ผู้ประกอบการต่างประเทศ (ผู้ขายสินค้า) จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสีย

ภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้กรณีการนำสินค้าออกจาก

NLC โดยส่งออกไปนอกราชอาณาจักรในนามของตนเอง ถือว่าเป็นผู้ส่งออกซึ่งได้รับ

สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 4 สิงหาคม 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำสินค้าเข้าและออกเขตปลอดอากร

    กค 0702/พ./4623

  2. 20 พฤศจิกายน 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศไทย

    กค 0706/พ./9630

  3. 26 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป

    กค 0706/6275

  4. 25 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการด้านการบริหารการจัดส่งสินค้าจากคลังสินค้าในเขตปลอดอากร

    กค 0706/6204

  5. 12 กรกฎาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำสินค้าเข้าเขตปลอดอากร

    กค 0706/พ./5863

  6. 23 มีนาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

    กค 0811/2797

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 76 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ