ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโอนสิทธิการรับคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล
กค 0706(กม.01)/321 · 19 ธันวาคม 2545
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706(กม.01)/321
- วันที่
- 19 ธันวาคม 2545
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ข้อกฎหมาย
- ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการขอคืนเงินภาษีอากร พ.ศ. 2539
- เลขตู้
- 66/32175
1.ข้อหารือ
1. ธนาคาร ก. สาขากรุงเทพฯ เป็นผู้ประกอบการอยู่ภายใต้การบริหารการจัดเก็บ
ภาษีอากร ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2545 ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ปิดดำเนินกิจการใน
ประเทศไทย (รวมถึงกิจการวิเทศธนกิจ และการเป็นธนาคารรับอนุญาต) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545
และเปิดธนาคาร ค. สาขากรุงเทพฯ ทดแทน ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็นธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ โดย
ธนาคารฯ ได้โอนกิจการ สินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันไปยังธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ ซึ่ง
ธนาคารฯ ได้มีการยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09) และแบบแจ้งการ
เปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.09) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 แจ้งโอนกิจการทั้งหมด
ให้แก่ธนาคาร ค. สาขากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 และเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการจาก
ธนาคาร ค. สาขากรุงเทพฯ เป็นธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2545
2. ธนาคารฯ ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2545 ขอคืน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 1 เมษายน 2542 - 31 มีนาคม 2543 จำนวนเงิน
50,118,632.05 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ และได้มีหนังสือขออนุมัติโอน
ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ขอคืนดังกล่าวให้แก่ธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ เนื่องจากธนาคารฯ ปิด
ดำเนินการตามหนังสือลงวันที่ 29 มีนาคม 2545 จึงหารือว่า ในการแจ้งคืนเงินภาษีอากร (ค.20)
จะแจ้งคืนในชื่อของธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ ถูกต้องหรือไม่ และสามารถดำเนินการแจ้งคืนเงิน
ภาษีอากรดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจากธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ ไม่ใช่ผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้
การบริหารการจัดเก็บภาษีอากร
3. ขออนุมัติให้ธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การบริหารการจัดเก็บภาษีตั้งแต่วันที่
1 กันยายน 2545 ซึ่งได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2545 ตาม
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.382/2545 ลงวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545
2.แนววินิจฉัย
1. กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้ธนาคาร ก. สาขากรุงเทพฯ ปิดดำเนินกิจการใน
ประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 และให้โอนกิจการ สินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันของ
ธนาคาร ก. สาขากรุงเทพฯ ไปยังธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ โดยจะต้องปฏิบัติตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการโอนสิทธิเรียกร้อง
2. ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการขอคืนเงินภาษีอากร พ.ศ. 2539 ส่วนที่ 2 การ
แจ้งผลการพิจารณาคำร้อง
ข้อ 17 การแจ้งผลการพิจารณาคำร้อง ให้ปฏิบัติดังนี้
17.1 .......
หนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากรที่ออกเลขที่แล้ว ให้ดำเนินการโดยเร็ว ดังนี้
ฉบับที่ 1 ส่งให้ผู้ขอคืนเพื่อให้เป็นหลักฐานในการขอรับเงินคืน
ตามระเบียบกรมสรรพากรดังกล่าว หนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากรต้องส่งให้แก่ผู้ขอคืนเท่านั้น
กรมสรรพากรไม่สามารถส่งหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีอากรในนามของบุคคลอื่น แต่กรณีตามข้อเท็จจริงที่
หารือเนื่องจากกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้ธนาคาร ก. สาขากรุงเทพฯ ปิดดำเนินกิจการใน
ประเทศไทย และโอนกิจการทั้งหมดให้ธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ ธนาคารฯ ได้มีหนังสือถึง
กรมสรรพากรขอให้กรมสรรพากรคืนเงินภาษีให้แก่ธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ และสามารถแจ้งคืนเงิน
ภาษีอากรในนามของธนาคาร ข. สาขากรุงเทพฯ และควรใช้บังคับเฉพาะกรณี ราย ธนาคาร ก.
สาขากรุงเทพฯ เท่านั้น
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
15 พฤษภาคม 2557
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการสถานพยาบาลกค 0702/2994
21 เมษายน 2549
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนกิจการทั้งหมดกค 0706/3285
17 มกราคม 2546
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการขอคืนเงินภาษีกค 0706/519
29 พฤศจิกายน 2545
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณี การ โอนสิทธิ การ รับคืน ภาษีกค 0706/10489
20 เมษายน 2543
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณดอกเบี้ยให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายกค 0811/3075
26 มิถุนายน 2541
ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารกค 0811(กม)/1223
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ