ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการใช้สิทธิลดหย่อนและยกเว้นภาษี สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิต
0702/8504 · 21 กันยายน 2558
- เลขที่หนังสือ
- 0702/8504
- วันที่
- 21 กันยายน 2558
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 47
- เลขตู้
- 78/39878
1.ข้อหารือ
1. เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ผู้เอาประกันชีวิตได้ซื้อกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์กับบริษัทA มีทุนประกันภัย 1,000,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี ปีละ 40,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ 20 ปี
2. กรมธรรม์ดังกล่าวกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินคืน (ผลประโยชน์ตอบแทน) ในระหว่างอายุกรมธรรม์ทุกปี โดยทุกปีจะจ่ายเงินคืน จำนวน 3% ของทุนประกันชีวิต คือจ่ายเงินคืน 30,000 บาท ซึ่งเกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี เงื่อนไขการจ่ายเงินคืนดังกล่าวมิได้เป็นไปตามข้อ 2 (2) (ก) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามข้อ 2 (61) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ทำให้ผู้เอาประกันชีวิตที่ซื้อกรมธรรม์ดังกล่าวไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ในส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่ถึง 90,000 บาท
บริษัทA จึงหารือว่า กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ผู้เอาประกันชีวิตจะนำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิตบางส่วนจำนวน 10,000 บาท ที่จ่ายสำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากรได้ หรือไม่
2.แนววินิจฉัย
การหักลดหย่อนภาษีสำหรับเบี้ยประกันชีวิต และการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตต้องเป็นไปตามกฎหมาย ดังนี้
1. ตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร ได้รับสิทธิหักลดหย่อนเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร
2. ตามข้อ 2 (61) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิต มีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร ทั้งนี้ สำหรับเบี้ยประกันภัยที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด ดังต่อไปนี้
(1) กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม ค่าเบี้ยประกันภัยที่จ่ายสำหรับความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติมดังกล่าว ไม่สามารถยกเว้นภาษีสำหรับเบี้ยประกันภัยดังกล่าวได้
(2) กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
(ก) กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนทุกปี จะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี หรือ
(ข) กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนตามช่วงระยะเวลาที่ผู้รับประกันภัยกำหนดนอกจาก (ก) เช่น ราย 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น จะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลาที่ผู้รับประกันภัยกำหนดให้มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน หรือ
(ค) กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนที่ไม่เป็นไปตาม (ก) หรือ (ข) ผลรวมของเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนสะสมตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมทั้งหมดในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนตาม (ก) และหรือ (ข) และหรือ (ค) ไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้รับตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแล้ว แต่ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาประกันชีวิต หรือเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์ ทั้งนี้ ตามข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)ฯ ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551
ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ผู้เอาประกันชีวิตสามารถนำเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต จำนวน 10,000 บาท ที่จ่ายสำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว มาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี ตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากรได้ เพราะในการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร มิได้มีบทจำกัดสิทธิเกี่ยวกับการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนแต่ประการใด
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
6 ธันวาคม 2554
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตกค 0702/9655
28 กันยายน 2552
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการยกเว้นเงินได้ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตกค 0702/8088
19 มกราคม 2552
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนกค 0702/360
10 มิถุนายน 2551
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่ผู้เอาประกันได้รับคืนระหว่างอายุกรมธรรม์ประกันชีวิตกค 0702(กม.02)/1165
2 มิถุนายน 2551
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเบี้ยประกันชีวิตกค 0702/2871
13 พฤษภาคม 2542
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตเพื่อใช้เป็นหลักฐานการหักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากค 0811/04476
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 47 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- กค 0702/745625 ธันวาคม 2567ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่วัดเปิดข้อหารือ
- กค 0702/13596 มีนาคม 2567ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับชำระค่าเช่าที่ดินเปิดข้อหารือ
- กค 0702/546125 กันยายน 2566ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานเปิดข้อหารือ
- กค 0702/39924 มกราคม 2566ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการบริจาคเงินและทรัพย์สินเปิดข้อหารือ
- กค 0702/65258 ธันวาคม 2564ภาษีมูลค่าเพิ่มขอหารือวิธีนับรอบระยะเวลาบัญชีสำหรับการคำนวณร้อยละของรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะของมูลนิธิเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ