ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเพื่อส่งออก

กค 0811/พ./9848 · 12 ตุลาคม 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ./9848
วันที่
12 ตุลาคม 2544
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 80/1
เลขตู้
64/31009

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราให้บริการนายหน้าตัวแทนซื้อ

ขายยางพารา ให้บริการตรวจสอบคุณภาพยางพาราแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศซึ่งสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทย

และให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับยางพารา โดยมีรายได้และลักษณะของแต่ละ กิจกรรมดังนี้

1. การให้บริการนายหน้าตัวแทน เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำสั่งหรือได้รับการแจ้งจาก ผู้ซื้อใน

ต่างประเทศซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัทฯ ว่าต้องการยางพาราปริมาณเท่าใด ราคา F.O.B.ที่ไหน กำหนด

ส่งมอบเมื่อใด บริษัทฯ ก็จะดำเนินการติดต่อกับผู้ขายยางพาราในประเทศเพื่อให้ได้ยางพาราตาม

ความต้องการของผู้ซื้อ เมื่อผู้ขายยางพาราในประเทศตกลงขายให้ บริษัทฯ จะจัดทำหนังสือยืนยัน

การขาย โดยในหนังสือยืนยันการขายจะระบุว่า บริษัทฯ ในนามของลูกค้า (ต่างประเทศ) มีการตกลง

ซื้อขายกับผู้ขาย การดำเนินการดังกล่าวเข้าลักษณะนายหน้าตัวแทน โดยบริษัทฯ ได้รับค่านายหน้าจาก

ผู้ขายยางพาราในประเทศโดยตรง

2. การให้บริการตรวจสอบคุณภาพสินค้า บริษัทฯ มีการทำสัญญากับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดย

ได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 335 - 350 เยน/1,000 กิโลกรัม เมื่อบริษัทฯ ได้รับคำสั่งจากผู้ซื้อใน

ต่างประเทศให้ทำการตรวจสอบคุณภาพยางพาราที่ผู้ซื้อมีการทำสัญญาซื้อจากผู้ขายยางพาราในประเทศ

โดยแจ้งเลขที่สัญญา ปริมาณยางพารา และวันกำหนดส่งมอบให้บริษัทฯ ทราบ จากนั้น บริษัทฯ จะ

ดำเนินการติดต่อกับผู้ขายยางพารารายดังกล่าว เพื่อนัดวันตรวจสอบคุณภาพยางพาราที่จะส่งมอบ

การตรวจสอบใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามวิธีการที่ผู้ซื้อในต่างประเทศกำหนด หากผลการสุ่มตรวจใน

ครั้งแรกไม่ผ่าน (ผู้ซื้อในต่างประเทศเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การผ่านหรือไม่ผ่าน) บริษัทฯ ก็จะทำการสุ่ม

ตรวจใหม่ในปริมาณเท่ากับการสุ่มตรวจครั้งแรกจากสินค้ากองเดิม หากผลออกมาไม่ผ่านอีก ผู้ขาย

ยางพาราจะไม่สามารถส่งยางพาราไปให้ผู้ซื้อในต่างประเทศได้แต่ต้องทำการผลิตสินค้าใหม่ เมื่อผลิต

เสร็จบริษัทฯ ก็จะทำการตรวจสอบคุณภาพยางพาราโดยเริ่มกระบวนการตรวจใหม่ ในกรณีนี้ บริษัทฯ จะ

ได้รับค่าตอบแทนครั้งใหม่ด้วย และบริษัทฯ จะมีการแจ้งผลการตรวจไปยังผู้ซื้อในต่างประเทศทุกครั้งที่มี

การตรวจสอบ ด้วยแบบตรวจสอบที่ลูกค้าเป็น ผู้กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจดังกล่าว และผลการตรวจสอบ

ของบริษัทฯ จะมีผลทำให้เกิดการ ส่งมอบหรือไม่ส่งมอบยางพาราตามสัญญาทันทีในประเทศ โดยผู้ขาย

ไม่ต้องรอการตัดสินใจจาก ผู้ซื้อในต่างประเทศ เพราะหากการตรวจสอบไม่ผ่าน ผู้ขายจะต้องทำการ

เลื่อนการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศหากการผลิตใหม่ไม่ทันตามกำหนด

3. การให้บริการข้อมูลข่าวสาร บริษัทฯ จะมีการทำสัญญากับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยได้รับ

ค่าตอบแทนในอัตราที่แน่นอนและเท่ากันทุกเดือน โดยบริษัทฯ จะจัดหาข่าวสารต่าง ๆ ที่มีผลต่อราคา

ยางพาราจากแหล่งข่าวต่าง ๆ เช่น ซื้อข่าวจากรอยเตอร์ ยูบีซี ตลาดยางพาราในประเทศ หรือ ผู้ขาย

ในประเทศ และนำมาวิเคราะห์ประมวลผลโดยกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ ซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญ

เกี่ยวกับยางพาราจากประเทศญี่ปุ่น จากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่งผลที่ได้ให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ นอกจากนี้

ยังมีการนำเอาข้อมูลที่ได้ดังกล่าวทั้งที่เป็นข้อมูลดิบและผลการวิเคราะห์ไปใช้ แลกเปลี่ยนกับข่าวสารจาก

ผู้ขายยางพาราในประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นการใช้บริการบางส่วนในประเทศ

บริษัทฯ หารือว่าการให้บริการตรวจสอบคุณภาพยางพาราก่อนที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ

บริษัทฯ จะได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง

ประมวลรัษฎากร หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ ให้บริการเป็นนายหน้าตัวแทนของบริษัทผู้ซื้อในต่างประเทศ ในการติดต่อและ

สั่งซื้อยางพาราในประเทศเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ ถือเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบการใน

ราชอาณาจักร บริษัทฯ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 80(2) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณีบริษัทฯ ให้บริการตรวจสอบคุณภาพยางพาราก่อนที่จะส่งออกให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ

โดยหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพยางพาราในประเทศแล้ว บริษัทฯ จะรายงานผล

ของการตรวจสอบให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ ซึ่งผลการตรวจสอบคุณภาพยางพาราของบริษัทฯ ดังกล่าว

ทำให้เกิดการส่งมอบหรือไม่ส่งมอบยางพาราจากผู้ขายในประเทศทันที โดยบริษัทฯ ไม่ต้องรอผลจาก

ลูกค้าในต่างประเทศ ถือว่าบริษัทฯ ได้ให้บริการในราชอาณาจักรและใช้ผลของการให้บริการนั้นใน

ราชอาณาจักร จึงไม่ใช่กรณีที่ได้มีการส่งผลของการให้บริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด ตาม ข้อ

2(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)ฯ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม

พ.ศ. 2543 บริษัทฯ จึงไม่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง

ประมวลรัษฎากร

3. กรณีบริษัทฯ ให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยข้อมูลและผล

การวิเคราะห์ข้อมูลบางส่วนได้นำมาใช้ในประเทศ กรณีดังกล่าวจึงไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการใน

ราชอาณาจักรและส่งผลของการให้บริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด บริษัทฯ จึงมีหน้าที่เสียภาษี

มูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 80(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 1 กุมภาพันธ์ 2566

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีหลักเกณฑ์การรับรู้รายได้ ตามมาตรา 70 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0702/538

  2. 17 เมษายน 2556

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0702/พ./3267

  3. 23 กรกฎาคม 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีให้บริการด้านการท่องเที่ยวภายนอกราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ

    กค 0702/4252

  4. 12 ตุลาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/พ./9850

  5. 17 มิถุนายน 2541

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและส่งผลการตรวจสอบไปยังต่างประเทศ

    กค 0811/พ.08727

  6. 7 พฤศจิกายน 2540

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก

    กค 0811/พ.15298

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ