ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษี

กค 0811/พ.12771 · 23 มีนาคม 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/พ.12771
วันที่
23 มีนาคม 2544
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 84
เลขตู้
64/30318

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการนำเข้าและส่งออกอะไหล่อุปกรณ์รถบรรทุกอุปกรณ์เรือประมง ในปี

พ.ศ. 2539 บริษัทฯ ยื่นแบบ ค.10 ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มต่อสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ กรณีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปฏิบัติการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ปรากฏว่าที่อยู่ของบริษัทฯ ตามทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ภ.พ.20) ไม่ใช่สถานประกอบการของบริษัทฯ จึงมีหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรให้กับบริษัทฯ เมื่อ

บริษัทฯ ได้รับหนังสือจึงนำเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมระหว่างตรวจสอบ

บริษัทฯ ได้ดำเนินกิจการตามปกติ กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม หากเดือนใดมีภาษีต้องชำระ

บริษัทฯ จะชำระเป็นเงินสด และเดือนใดมีภาษีต้องคืนก็จะขอคืนเป็นเงินสดโดยยื่นคำร้องขอคืนในแบบ

ภ.พ.30 ของแต่ละเดือนภาษีจำนวน 10 ฉบับปรากฏว่าได้รับหนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรให้บริษัทฯ

ทั้ง 10 ฉบับ โดยให้เหตุผลว่าสถานประกอบการไม่น่าเชื่อถือ

บริษัทฯ ได้นำหลักฐานที่แสดงว่าบริษัทฯ ประกอบกิจการจริงและมีสถานประกอบการตามที่

จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) เจ้าหน้าที่จึงคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้บริษัทฯ แต่คืนเฉพาะที่ได้ยื่นแบบ

ค.10 ขอคืนไว้ครั้งแรกเท่านั้น ส่วนกรณียื่นคำร้องขอคืนตามแบบ ภ.พ.30 จำนวน 10 ฉบับ นั้น

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าบริษัทฯ ไม่ได้ยื่นคำร้องขอคืนตามแบบ ค.10 ภายในกำหนด 3 ปี จึงไม่มีสิทธิได้รับคืน

บริษัทฯ เห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลงลายมือชื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เป็นเงินสดในช่อง "จ" พร้อมกับการยื่นแบบ ภ.พ.30

(1) กรณีบริษัทฯ ยื่นความประสงค์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดในช่อง “จ” ของแบบ

ภ.พ.30 แต่ละเดือนภาษีแล้ว บริษัทฯ ต้องยื่นคำร้องขอคืนตามแบบ ค.10 อีกหรือไม่

(2) หากบริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ค.10 กฎหมายกำหนดให้ยื่นภายในระยะเวลาใด

(3) หากยื่นแบบ ค.10 เกินกำหนดเวลา บริษัทฯ ขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอคืน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

2.แนววินิจฉัย

กรณีบริษัทฯ ยื่นความประสงค์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด โดยได้ลงลายมือชื่อในช่อง“จ”

ของแบบ ภ.พ.30 แต่ละเดือนภาษี ถือว่าบริษัทฯ ยื่นคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดแล้ว ตาม

มาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 6.1(1) ของระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการคืนเงิน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2539 บริษัทฯ ไม่ต้องยื่นแบบ ค.10 ขอคืนภาษีอีก

อย่างไรก็ดี การพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อ 14.1(2)

ของระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2539 กล่าวคือ กรณีการตรวจสอบ

เฉพาะประเด็นหากไม่พบสถานประกอบการ หรือพบสถานประกอบการแต่ไม่สามารถติดต่อผู้ประกอบการ

จดทะเบียนได้ ต้องตรวจดูว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ หาก

ปรากฏว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนปฏิบัติถูกต้องแล้ว กรณีมีภาษีต้องคืนจึงจะแจ้งคืนภาษีต่อไป

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 5 มิถุนายน 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณี การคำนวณเบี้ยปรับเงินเพิ่มโดยไม่ให้หักกลบลบหนี้ภาษีอากร

    กค 0702(กม.03)/789

  2. 8 มีนาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการสละสิทธิขอคืนภาษี

    กค 0706/พ./1989

  3. 13 ตุลาคม 2547

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706(กม.07)/พ./868

  4. 17 มิถุนายน 2546

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 นำภาษีที่ชำระเกินยกมาไม่ถูกต้อง

    กค 0706/พ./5714

  5. 11 มกราคม 2543

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอแก้ไขรายการในแบบ ภ.พ.30 ที่ได้ยื่นไปแล้ว

    กค 0811/135

  6. 11 พฤษภาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษี

    กค 0811/พ.04380

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 84 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ