ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้า

กค 0811/6423 · 26 มิถุนายน 2544

เลขที่หนังสือ
กค 0811/6423
วันที่
26 มิถุนายน 2544
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 80/1
เลขตู้
64/30631

1.ข้อหารือ

สำนักงานสรรพากรภาคหารือกรมสรรพากรเกี่ยวกับการตรวจปฏิบัติการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณี

การส่งออกสินค้า รายบริษัทฯ จำกัด ซึ่งมีข้อเท็จจริงดังนี้

1. บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2536 ประกอบกิจการส่งออก

เสื้อผ้าสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และกระเบื้องปูพื้น

2. สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้ตรวจปฏิบัติการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปรากฏว่า บริษัทฯ ซื้อ

สินค้าจากบริษัทผู้ผลิต โดยมีข้อตกลงให้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ออกค่าขนถ่ายสินค้า และดำเนินพิธีการศุลกากร

ในนามของบริษัทผู้ผลิต กล่าวคือ บริษัทผู้ผลิตมีชื่อในใบขนสินค้าขาออก แต่บริษัทฯจะเป็นผู้ออก

ใบกำกับสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ บริษัทฯ ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกสินค้าในอัตรา

ร้อยละ 0

3. บริษัทผู้ผลิตไม่ได้ออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทฯ แต่ออกเฉพาะ

ใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารอินวอยซ์

4. สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่มีความเห็นว่า บริษัทฯไม่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา

ร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีหลักฐานแสดงว่าถูกบริษัท

ผู้ผลิตออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแนวทางปฏิบัติตามข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ป.33/2536 เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา

ร้อยละ 0 ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2536 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.70/2541ฯ

ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2541

5. สำนักงานสรรพากรภาคเห็นด้วยกับความเห็นของสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่

2.แนววินิจฉัย

1. กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งกรมสรรพากรที่เป็นการรวบรวมการตอบข้อหารือกฎหมาย

ภาษีอากรเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา

ร้อยละ 0 เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำผู้ประกอบการ

จดทะเบียนในแต่ละช่วงเวลา ดังนี้

(1) คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.33/2536 ฯ ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นการ

รวบรวมแนววินิจฉัยและกำหนดแนวทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2543

(2) คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.70/2541 ฯ ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2541 ซึ่งเป็น

การแก้ไขเพิ่มเติมแนววินิจฉัยและแนวทางปฏิบัติสำหรับกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับคำสั่งซื้อจาก

ผู้ซื้อในต่างประเทศ และซื้อสินค้าที่ส่งออกจากผู้ผลิตในประเทศ โดยให้ผู้ผลิตดำเนินพิธีการศุลกากรยื่น

ใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ผลิตเอง กรณีดังกล่าว ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้รับสิทธิเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เมื่อสามารถแสดงหลักฐานตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งต้องสามารถแสดงหลักฐานใบกำกับภาษีที่ถูกผู้ผลิตเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

(3) คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.97/2543 ฯ ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2543 ซึ่งเป็น

การปรับปรุงแนววินิจฉัยข้อกฎหมายภาษีอากรเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าให้ชัดเจน และสอดคล้องกับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2541

2. กรณีบริษัทฯ ซื้อสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ เพื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไป

ต่างประเทศตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีข้อตกลงให้บริษัทผู้ผลิตดำเนินพิธีการ

ศุลกากรในนามของบริษัทผู้ผลิตเอง ถือว่าบริษัทฯ เป็นผู้ส่งออกตามมาตรา 77/1(13) แห่ง

ประมวลรัษฎากร ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่ง

ประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2541 และข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ป.97/2543 ฯ ลงวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2543

3. เนื่องจากคำสั่งกรมสรรพากรตาม 1. เป็นการรวบรวมการตอบข้อหารือกฎหมาย

ภาษีอากรเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้ถือปฏิบัติตาม

คำสั่งกรมสรรพากรในแต่ละช่วงเวลา และเจ้าพนักงานประเมินก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับการตรวจปฏิบัติการ

หรือการตรวจสอบภาษีด้วย กรมสรรพากรจึงได้ซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตรวจและ

แนะนำผู้ประกอบการจดทะเบียน กรณีการส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ทั้งนี้ ตามหนังสือที่ กค 0814/ว.32039 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2543

4. ดังนั้น กรณีตามข้อหารือของ สพท. หากปรากฏข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

(1) บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ และซื้อสินค้าที่ส่งออกจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อ

ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร โดย

ให้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งการกระทำ

ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 ถึงวันที่ 9 เมษายน 2541 ถือว่าบริษัทฯเป็นผู้ส่งออกตาม

มาตรา 77/1(13) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตาม

มาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2541 และข้อ 1.1(2)

ของหนังสือที่ กค 0814/ว.32039

(2) บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ และซื้อสินค้าที่ส่งออกจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อ

ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร โดย

ให้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งการกระทำ

ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2541 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 ถือว่าบริษัทฯ เป็นผู้ส่งออก

ตามมาตรา 77/1(13) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2541 แต่บริษัทฯ

จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯจะ

ต้องมีหลักฐานตามข้อ 10(1) ถึง (5) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.33/2536 ฯ ลงวันที่ 24

มิถุนายน พ.ศ.2536 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.70/2541 ฯ ลงวันที่ 10 เมษายน

พ.ศ. 2541 กรณีดังกล่าว กรมสรรพากรกำหนดแนวทางการตรวจและแนะนำผู้ประกอบการจดทะเบียน

ไว้ตามข้อ 1.2(2) ของหนังสือที่ กค 0814/ว.32039

(3) บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ และซื้อสินค้าที่ส่งออกจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อ

ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร

โดยให้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งการกระทำ

ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2541 ถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2543 และบริษัทฯ ไม่สามารถ

แสดงหลักฐานตามข้อ 10(1) ถึง (5) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.33/2536 ฯ ลงวันที่ 24

มิถุนายน พ.ศ. 2536 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.70/2541 ฯ ลงวันที่ 10

เมษายน พ.ศ. 2541 หากบริษัทฯ ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 จากกำไรหรือผลต่าง

ระหว่างจำนวนเงินที่ผู้ซื้อในต่างประเทศจ่ายชำระกับจำนวนเงินที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจ่ายให้แก่

บริษัทผู้ผลิต ในฐานะเป็นผู้ให้บริการหรือเป็นตัวแทนในการติดต่อลูกค้าให้บริษัทผู้ผลิต ถือว่าบริษัทฯปฏิบัติ

ถูกต้องแล้ว กรณีดังกล่าว กรมสรรพากรกำหนดแนวทางการตรวจและแนะนำผู้ประกอบการจดทะเบียนไว้

ตามข้อ 1.2(3) ของหนังสือที่ กค 0814/ว.32039

(4) บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศ และซื้อสินค้าที่ส่งออกจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อ

ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร

โดยให้บริษัทผู้ผลิตเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของบริษัทผู้ผลิต ซึ่งการกระทำ

ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2543 เป็นต้นไป ถือว่าบริษัทฯเป็นผู้ส่งออกตามมาตรา

77/1(13) แห่งประมวลรัษฎากร ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1

แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2541 ข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่

ป.97/2543 ฯ และข้อ 2 ของหนังสือที่ กค 0814/ว.32039

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 17 มิถุนายน 2553

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ และให้บริการแก่บริษัทต่างประเทศ

    กค 0702/4274

  2. 4 มีนาคม 2553

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0702/พ./1710

  3. 20 กุมภาพันธ์ 2551

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้า

    กค 0702/พ./36

  4. 25 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการด้านการบริหารการจัดส่งสินค้าจากคลังสินค้าในเขตปลอดอากร

    กค 0706/6204

  5. 2 เมษายน 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการส่งออกสินค้า

    กค 0811/3270

  6. 8 มีนาคม 2542

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยน

    กค 0811/พ.02157

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ