ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติจดแจ้งการประกอบกิจการขายทองรูปพรรณ ภ.พ.01.4 ย้อนหลัง

กค 0811/3094 · 18 เมษายน 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/3094
วันที่
18 เมษายน 2545
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 105
เลขตู้
65/31376

1.ข้อหารือ

สำนักงานสรรพากรภาคได้ส่งเรื่องขออนุมัติจดแจ้งการประกอบกิจการขายทองรูปพรรณ ภ.พ.

01.4 ย้อนหลังให้กรมสรรพากรพิจารณา กรณีผู้ประกอบการขายทองรูปพรรณได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากผล

ต่างระหว่างราคาทองรูปพรรณที่ขายรวมค่ากำเหน็จและราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำ

ประกาศ ณ วันที่ขายทองรูปพรรณ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2543 โดยมิได้ยื่นแบบแจ้งการ

ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณ (ภ.พ.01.4)

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีดังกล่าวเป็นกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณได้เสีย

ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่างราคาขายซึ่งรวมค่ากำเหน็จและราคารับซื้อคืนที่สมาคมค้าทองคำ

ประกาศ ณ วันที่ขายทองรูปพรรณตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2543 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ประกอบการ

จดทะเบียนต้องยื่นแบบแจ้งการประกอบกิจการขายทองรูปพรรณ (ภ.พ.01.4) ต่อกรมสรรพากรและใช้

เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบรับตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องดำเนินการให้

แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2544 ทั้งนี้ ตามข้อ 2 (14)ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวม

คำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 106)ฯ ลงวันที่ 3

สิงหาคม พ.ศ. 2543 ประกอบกับข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.

2543 ดังนั้น กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนทั้งสองรายมิได้ยื่นแบบ ภ.พ.01.4 ต่อกรมสรรพากรจึงไม่ได้

รับสิทธิเสียภาษี มูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่างราคาขายซึ่งรวมค่ากำเหน็จและราคารับซื้อคืนที่สมาคมค้า

ทองคำประกาศ ณ วันที่ขายทองรูปพรรณ

2. อย่างไรก็ดี ปัจจุบันกรมสรรพากรได้มีการแก้ไขประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 106)ฯ ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2543

โดยออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 117)ฯ ลงวันที่ 17 สิงหาคม

พ.ศ. 2544 มีสาระสำคัญ คือ ยกเลิกหลักเกณฑ์การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบรับและ

กำหนดให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มิได้ดำเนินการให้มีเครื่องบันทึกการเก็บเงินภายในวันที่ 30

มิถุนายน พ.ศ. 2544 ยังคงได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่างราคาขายซึ่งรวมค่ากำเหน็จ

และราคารับซื้อคืนที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ณ วันที่ขายทองรูปพรรณ โดยให้ได้รับสิทธิดังกล่าวตั้งแต่

วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป กรณีดังกล่าวเป็นผลทำให้มีการยกเลิก

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการจดทะเบียน

ทั้งสองรายจึงได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลต่างระหว่างราคาขายซึ่งรวมค่ากำเหน็จและราคารับซื้อ

คืนที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ณ วันที่ขายทองรูปพรรณ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 5 กุมภาพันธ์ 2569

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าทองรูปพรรณจากต่างประเทศ

    กค 0702/634

  2. 21 สิงหาคม 2550

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขออนุมัติจดแจ้งการประกอบกิจการค้าทองคำ ภ.พ. 01.3

    กค 0706/พ./8209

  3. 15 มีนาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำเข้าทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ

    กค 0706/พ./2212

  4. 12 กรกฎาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายทองรูปพรรณ

    กค 0811/6874

  5. 26 มิถุนายน 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายทองรูปพรรณ

    กค 0811/6461

  6. 26 มิถุนายน 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม การออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายทองรูปพรรณ

    กค 0811/6460

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 105 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ