ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการให้พนักงานของบริษัทในเครือกู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด

กค 0811/16254 · 28 พฤศจิกายน 2540

เลขที่หนังสือ
กค 0811/16254
วันที่
28 พฤศจิกายน 2540
ข้อกฎหมาย
ประเด็นปัญหา
เลขตู้
60/26132

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจหลายประเภทในรูปของบริษัทในเครือ โดยบริษัทแต่ละบริษัทได้ให้

สวัสดิการแก่พนักงานของตนในลักษณะของการให้กู้ยืมเงินจากบริษัทได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าราคาตลาด บริษัทฯ เข้าใจว่าเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีเหตุอันสมควรตามมาตรา 65 ทวิ (4)แห่งประมวลรัษฎากร และ

1. ในกรณีบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันได้มีการโอนย้ายพนักงานอยู่เป็นประจำโดยเป็นการโอนย้ายทั้งแบบชั่วคราวและแบบประจำซึ่งในการโอนย้ายแต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็นการโอนย้ายแบบชั่วคราวหรือแบบประจำจะทำให้ความเป็นพนักงานของบริษัทที่ให้กู้ยืมเงินสิ้นสุดลง ในกรณีเช่นนี้ หากสัญญากู้ยืมเงินนั้นยังไม่ครบกำหนดเวลาการใช้เงินคืน และบริษัทเดิมยังคงให้กู้ยืมเงินต่อไป โดยให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำตามเดิมเพราะถือว่าพนักงานนี้ยังคงเป็นพนักงานที่อยู่ในเครือเดียวกัน ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าการให้กู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดดังกล่าวเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีเหตุอันควรหรือไม่

2. หากได้มีการกำหนดว่าพนักงานคนใดก็ตามหากเข้ามาทำงานในบริษัทใดบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือนี้แล้ว ก็จะมีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากบริษัทหลักซึ่งเป็นบริษัทแม่ได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด แม้ว่าจะมิได้เป็นลูกจ้างโดยตรงในบริษัทหลักก็ตามและถ้าหากพนักงานได้ลาออกจากการเป็นพนักงานในกลุ่มบริษัทเหล่านี้แล้ว สัญญาการกู้ยืมเงินตามสัญญาดังกล่าวจะถึงกำหนดการชำระโดยทันที ในกรณีเช่นนี้จะถือว่าการที่บริษัทแม่ให้พนักงานของบริษัทในเครือกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่

3. ในกรณีของการให้กู้ยืมเงินแก่พนักงานในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดหากได้มีการสิ้นสุดการว่าจ้างก่อนครบกำหนดของสัญญาการกู้ยืมเงินไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตามเช่น การลาออกไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งไม่ใช่บริษัทในเครือ ในกรณีเช่นนี้ หากบริษัทยังคงให้ลูกจ้างเดิมกู้ยืมเงินต่อไปอีกตามเงื่อนไขเดิมจนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาแห่งการกู้ยืมเงิน เช่น 10 ปี เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ จะถือว่าการให้กู้ยืมเงินภายในช่วงระยะเวลาที่ได้สิ้นสุดการจ้างลงจนถึงวันครบกำหนดชำระคืนเงินกู้เป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่

4. ในการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวข้างต้นนั้น มีกรณีใดบ้างที่บริษัทต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

1.1 ในกรณีที่บริษัทให้สวัสดิการแก่พนักงานของตนในลักษณะของการให้กู้ยืมเงินจากบริษัทได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าราคาตลาด ถือได้ว่าเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควร ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร

1.2 กรณีตาม 1. และ 3. เป็นกรณีที่บริษัทให้สวัสดิการแก่พนักงานของตนในลักษณะของการให้กู้ยืมเงินจากบริษัทได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าราคาตลาด ต่อมาเมื่อพนักงานโอนย้ายไปยังบริษัทในเครือเดียวกัน หรือลาออกไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งไม่ใช่บริษัทในเครือเดียวกัน เป็นผลทำให้ความเป็นพนักงานของบริษัทได้สิ้นสุดลง หากบริษัทยังคงให้ลูกจ้างเดิมกู้ยืมเงินต่อไปอีกโดยคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จะประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดในวันที่ให้กู้ยืมได้

1.3 กรณีตาม 2. เป็นกรณีที่บริษัทแม่ให้พนักงานของบริษัทในเครือกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าราคาตลาด ถือเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยมีดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่นเดียวกับ 1.2

2. กรณีภาษีธุรกิจเฉพาะ

2.1 กรณีบริษัทมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนสะสมพนักงานหรือทุนอื่นใดเพื่อพนักงานและบริษัทได้นำเงินกองทุนนี้ออกให้พนักงานที่เป็นสมาชิกกู้ยืมเป็นสวัสดิการโดยมีดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ให้กู้นั้นตามสมควร บริษัทไม่ต้องนำดอกเบี้ยนั้นมารวมเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.6/2534 เรื่อง ดอกเบี้ยสำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5(5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2534

2.2 กรณีที่บริษัทให้พนักงานกู้ยืมเงินโดยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนสะสมพนักงานหรือทุนอื่นใดตาม 2.1 หรือกรณีที่บริษัทให้พนักงานของบริษัทในเครือเดียวกันหรือพนักงานของบริษัทอื่นกู้ยืมเงิน ถือเป็นการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2(5) แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีที่บริษัทให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ยหรือมีดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดดอกเบี้ยตามราคาตลาดได้ ตามมาตรา 91/16(6) แห่งประมวลรัษฎากร

2.3 กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น หากบริษัทให้กู้ยืมเงินเป็นครั้งคราว มิใช่การประกอบกิจการเป็นปกติธุระ ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/13(2) แห่งประมวลรัษฎากร และตามข้อ 1(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ เรื่องการกำหนดกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 แต่บริษัทยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/10 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 พฤษภาคม 2558

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของบริษัทในเครือ (ข้อหารือสำนักงานสรรพากรภาค)

    0702/4782

  2. 10 มกราคม 2546

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการรับคืนเงินกู้

    กค 0706(กม.09)/063

  3. 27 มิถุนายน 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการรับรู้รายได้และการคำนวณรายรับ

    กค 0811(กม.02)/1062

  4. 11 มิถุนายน 2542

    ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการให้กู้ยืมเงิน

    กค 0811/05502

  5. 16 ธันวาคม 2541

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ รายได้จากการให้กู้ยืมเงิน

    กค 0811/16976

  6. 25 พฤศจิกายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีให้กู้ยืมโดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด

    กค 0811/16321

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ