ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยค้างรับ

กค 0811/05378 · 8 มิถุนายน 2542

เลขที่หนังสือ
กค 0811/05378
วันที่
8 มิถุนายน 2542
ข้อกฎหมาย
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.1/2528 ฯ, ท.ป.77/2541ฯ
เลขตู้
62/27894

1.ข้อหารือ

ตามที่ได้มีคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.77/2541 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณ

รายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกำหนดให้การคำนวณรายได้และรายจ่ายของ

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งประกอบกิจการธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ ให้ใช้

เกณฑ์สิทธิ เว้นแต่รายได้ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาหลังจากที่ผิดนัดชำระติดต่อกันเป็นเวลาเกิน

สามเดือนแล้ว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะนำดอกเบี้ยส่วนนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ใน

รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับก็ได้ โดยให้ใช้บังคับสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลใน

รอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไป แต่ตามประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดเกณฑ์การรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้ตามเกณฑ์สิทธิสามเดือนนับ

จากวันที่ครบกำหนดชำระเงิน โดยให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นไป

จึงขอทราบว่า ตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2541 จะมีสิทธิรับรู้รายได้

เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่ำสามเดือน ถูกต้องหรือไม่ เช่น เงินกู้ 1 00

บาทลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยเดือนละ 1 บาท กรณีนี้ถ้าลูกหนี้ไม่ชำระดอกเบี้ย 3 เดือน จะมีดอกเบี้ย

ค้างชำระ 3 บาทดังนั้น จะรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับ 3 บาท เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล หลังจากนั้นให้

รับรู้รายได้ตามเกณฑ์เงินสดถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. ตามข้อ 4.1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 1/2528 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิใน

การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.77/2541 ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2541 กำหนด

ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ ให้ใช้

เกณฑ์สิทธิเว้นแต่รายได้ส่วนที่เป็นดอกเบี้ย สำหรับระยะเวลาหลังจากที่ได้ผิดนัดชำระติดต่อกันเป็นเวลา

เกินสามเดือนแล้วบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะนำดอกเบี้ยส่วนนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ใน

รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระก็ได้ โดยให้มีผลใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุดในหรือหลัง

วันที่ 31 ธันวาคม 2541 เป็นต้นไป

2. กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือหลังวันที่ 31

ธันวาคม 2541 ธนาคารพาณิชย์จึงมีสิทธิรับรู้รายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากดอกเบี้ยค้างรับ

อย่างน้อยสามเดือนส่วนที่ผิดนัดชำระติดต่อกันเป็นเวลาเกินสามเดือนแล้ว ธนาคารพาณิชย์จะนำดอกเบี้ย

ส่วนนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระก็ได้ ถึงแม้ตามประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดเกณฑ์การรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้ตามเกณฑ์สิทธิสามเดือนนับ

จากวันที่ครบกำหนดชำระเงิน โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 ก็ตาม

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 2 มิถุนายน 2565

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิจากการตั้งดอกเบี้ยค้างจ่าย

    กค 0702/3357

  2. 11 เมษายน 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้ดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายจากตราสารแสดงสิทธิในหนี้

    กค 0702/1536

  3. 18 กรกฎาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการบันทึกบัญชีรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้ของสินเชื่อบุคคล

    กค 0706/ก.00228

  4. 12 กรกฎาคม 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการบันทึกบัญชีรับรู้ดอกเบี้ยค้างรับเป็นรายได้

    กค 0811/6231

  5. 2 พฤศจิกายน 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล การคำนวณรายได้ดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาหลังจากที่ได้ผิดนัดชำระติดต่อกันเป็นเวลาเกินหกเดือน

    กค 0811/11190

  6. 29 กรกฎาคม 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับโอนสิทธิเรียกร้องในลูกหนี้เงินกู้ของสถาบันการเงินที่ถูกสั่งระงับการดำเนินกิจการ 56 แห่ง

    กค 0811/11384

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ