ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจำหน่ายหนี้ภาษีอากรค้าง

กค 0811(กม.13)/368 · 29 มีนาคม 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811(กม.13)/368
วันที่
29 มีนาคม 2545
ข้อกฎหมาย
มาตรา 12
เลขตู้
65/31333

1.ข้อหารือ

ขอหารือกรณีการจำหน่ายหนี้ภาษีอากรค้าง โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้

1. สำนักงานสรรพากรจังหวัดได้ขออนุญาตจำหน่ายหนี้ ราย นาย ส. ซึ่งค้างชำระภาษีอากร

อยู่ที่ สำนักงานสรรพากรอำเภอเป็นเงิน 521,687,039 บาท ซึ่งกรมสรรพากรได้ฟ้องคดีล้มละลายกับ

ผู้ค้างภาษีอากร และศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 กรมสรรพากรได้ยื่น

ขอรับชำระหนี้เป็นเงิน 607,709,401 บาท ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้ค้างภาษีอากรตกเป็นบุคคล

ล้มละลาย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2539 และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้ง

ว่า คดีนี้ศาลได้มีคำสั่งให้กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 592,587,566.15 บาท ซึ่งน้อยกว่า

จำนวนที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ จึงได้แต่งตั้งพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยายื่นอุทธรณ์คัดค้าน

คำสั่งศาลดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

2. ผู้ค้างภาษีอากรได้ตกเป็นบุคคลล้มละลายเกินกว่า 3 ปี เข้าหลักเกณฑ์การจำหน่ายหนี้ตาม

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจำหน่ายหนี้ภาษีอากร พ.ศ. 2539 ข้อ 5.6 แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่

ระหว่างรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลที่สั่งให้กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้

น้อยกว่าที่ยื่นคำขอไว้ กรณีนี้จะสามารถจำหน่ายหนี้ภาษีอากรรายดังกล่าวได้หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้ภาษีอากร พ.ศ. 2539 ได้กำหนด

หลักเกณฑ์ไว้ดังนี้

"ข้อ 5 หลักเกณฑ์การขออนุญาตจำหน่ายหนี้ภาษีอากร หนี้ภาษีอากรที่จะขออนุญาตจำหน่าย

ออกจากบัญชีลูกหนี้ภาษีอากรได้ ต้องเป็นหนี้ภาษีอากรที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการเร่งรัดถึงที่สุดแล้วไม่อาจ

เรียกเก็บได้เนื่องจาก...

5.6 ลูกหนี้ถูกฟ้องคดีให้ล้มละลาย ไม่ว่าจะโดยกรมสรรพากรหรือเจ้าหนี้อื่นเป็นโจทก์ก็ตาม

และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือศาลได้มีคำสั่งปิด

คดีแล้ว..."

กรณีตามข้อเท็จจริง กรมสรรพากรได้ดำเนินคดีล้มละลายกับผู้ค้างภาษีอากร และศาลได้มี

คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว กรมสรรพากรได้ยื่นขอรับชำระหนี้เป็นเงินจำนวน 607,709,401 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2539 ศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้ค้างภาษีอากรตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่ง

เกินกว่า 3 ปีแล้ว แต่เนื่องจากคดีนี้ศาลมีคำสั่งให้กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้เป็นเงิน

592,587,566.15 บาท ซึ่งไม่เต็มตามคำขอ จึงได้แต่งตั้งพนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาล

ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ กรณีดังกล่าวเห็นว่า กระบวนการพิจารณาในชั้น

ศาลยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีการอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งต้องรอคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ว่าจะให้

กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้เป็นจำนวนเงินเท่าใด และคดียังไม่ปรากฏหลักฐานว่า

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รวบรวมทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรได้หรือไม่ กรมสรรพากรจะได้รับส่วนแบ่ง

จากทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากรชำระหนี้หรือไม่ ประการใด ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงเห็นควรชะลอ

การจำหน่ายหนี้ภาษีอากรค้างรายนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลการพิจารณาของศาล และการแบ่งทรัพย์สิน

จากกองทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 พฤศจิกายน 2556

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจำหน่ายหนี้สูญ

    0702/พ./9520

  2. 4 มีนาคม 2552

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้สำหรับลูกหนี้ที่ถูกฟ้องล้มละลาย

    กค 0702/1685

  3. 19 กุมภาพันธ์ 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้

    กค 0706/2166

  4. 12 มิถุนายน 2545

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการบังคับจำนองที่ดินที่จดจำนองเป็นประกันการผ่อนชำระ

    กค 0811/5214

  5. 6 สิงหาคม 2544

    การเร่งรัดภาษีอากรค้าง ตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0811/ก.130

  6. 4 กุมภาพันธ์ 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล การอายัดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีอากรในระหว่างพิจารณาอุทธรณ์

    กค 0811/1060

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 12 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ