ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

กค 0811(กม.03)/1675 · 3 พฤศจิกายน 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811(กม.03)/1675
วันที่
3 พฤศจิกายน 2543
ข้อกฎหมาย
มาตรา 48
เลขตู้
64/30058

1.ข้อหารือ

กรณีผู้มีเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารจากบัญชีเงินฝากบัญชีเดียวหรือหลายบัญชีใน

ธนาคารเดียวกันหรือหลายธนาคาร ใช้สิทธิเลือกนำเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมารวมคำนวณ

ภาษี ตามมาตรา 48(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้จะต้องนำดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

ที่ได้รับทั้งหมดในปีภาษีนั้นมารวมคำนวณ หรือนำดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเพียงบางส่วนมารวมคำนวณก็ได้

หลักกฎหมาย

การเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ตาม มาตรา

40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีที่ผู้มีเงินได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้

ตามมาตรา 50(2)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการ ผู้มีเงินได้จะเสีย

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยนำไปรวมกับเงินได้อื่น และคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า หรือจะใช้สิทธิ

เลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวไป

รวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นก็ได้ ตามมาตรา 48(3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ผู้มีเงินได้

พิจารณาเห็นว่า มีภาระภาษีที่ต้องเสียสำหรับปีภาษีนั้นน้อยกว่าจำนวนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (อัตราร้อยละ

15.0) ผู้มีเงินได้ก็มีสิทธินำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นเพื่อขอรับเงินภาษีที่ถูกหัก ณ

ที่จ่ายไว้เกินนั้นคืนได้ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 19/2533 เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การเลือกเสียภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักร

ฯลฯ ตามมาตรา 48(3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2533

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีผู้มีเงินได้เป็นบุคคลธรรมดา มีเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

เมื่อมีการจ่ายเงินได้ดังกล่าวให้กับผู้รับ ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้

ทุกคราวในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ตามมาตรา 50(2)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร

เมื่อถึงกำหนดเวลายื่นรายการ ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกเสียภาษี ดังนี้

1.1 เลือกเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 15.0 ตามที่ถูกผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย

1.2 เลือกเสียภาษีโดยนำเงินได้ดังกล่าวไปยื่นแบบแสดงรายการ ตามแบบ ภ.ง.ด.90

เพื่อเสียภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ปกติ

2. ธนาคารผู้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากจะต้องคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 15.0

ของเงินได้ ตามมาตรา 50(2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ผู้มีเงินได้มีสิทธิ์นำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

ตอนสิ้นปี ตามมาตรา 48(3)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ก็ได้ส่วนจะได้รับคืนเงินภาษีที่ถูกหัก ณ

ที่จ่ายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเมื่อนำเงินได้ที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตอน

สิ้นปีจะต้องเสียเท่าใด หากภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายเกินกว่าภาษีที่ต้องเสียก็จะได้คืนภาษีจากส่วนที่เกินนั้น

3. จากหลักกฎหมายและแนวการวินิจฉัยที่กล่าวไว้ใน 1 และ 2 กรณีดังกล่าวให้ผู้มีเงินได้

มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 15.0 ตามที่ถูกผู้จ่ายเงินได้หักภาษีเงินได้ ณ

ที่จ่าย หรือเลือกเสียภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ปกติ และการให้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใน

อัตราร้อยละ 15.0 (ไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่น) ก็เพื่อเป็นการบรรเทาภาระ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้มีเงินได้ดังกล่าวที่จะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้

ดังกล่าวสูงกว่าจำนวนเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ และในกรณีที่

ผู้มีเงินได้เห็นว่ามีภาระภาษีที่ต้องเสียสำหรับปีภาษีนั้นน้อยกว่าจำนวนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ผู้มีเงินได้ก็

มีสิทธินำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นเพื่อขอรับเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกินนั้นคืนได้

ย่อมหมายความว่า กรณีที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิเลือกนำเงินได้จากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมารวมคำนวณภาษี

เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการ ผู้มีเงินได้จะต้องนำดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่ได้รับทั้งหมดในปีภาษีนั้นจาก

บัญชีเงินฝากที่มีอยู่ในธนาคารทุกแห่งมารวมคำนวณภาษีตามเกณฑ์ปกติ ตามมาตรา 48(1) และ (2)

แห่งประมวลรัษฎากร เพราะผู้มีเงินได้จะต้องนำภาษีที่คำนวณได้ตามเกณฑ์ปกติเปรียบเทียบกับภาษีที่ถูกหัก

ณ ที่จ่าย เพื่อจะได้ทราบว่าภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมากกว่าภาษีที่คำนวณตามเกณฑ์ปกติหรือไม่และถ้า

มากกว่าจะได้เลือกคำนวณภาษีตามเกณฑ์ปกติ และขอรับเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกินคืนได้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 21 กันยายน 2552

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก

    กค 0702/7859

  2. 11 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของผลตอบแทนให้แก่ผู้ฝากเงิน

    กค 0706/10955

  3. 30 กรกฎาคม 2546

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการขอคืนภาษี

    กค 0706/7338

  4. 26 มิถุนายน 2544

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการยื่นแบบแสดงรายการ

    กค 0811/6459

  5. 28 กุมภาพันธ์ 2544

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีดอกเบี้ยของบัตรเงินฝาก

    กค 0811/1848

  6. 4 ธันวาคม 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และการขอคืนภาษี

    กค 0811/16714

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 48 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ