ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรับจ้างผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย

กค 0706/พ./11989 · 3 ธันวาคม 2550

เลขที่หนังสือ
กค 0706/พ./11989
วันที่
3 ธันวาคม 2550
ประเภทภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
มาตรา 80/1
เลขตู้
70/35493

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการจัดจำหน่ายภาพยนตร์โดยในการประกอบกิจการ บริษัทฯ จะติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จาก บริษัทที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ และชำระเงินค่าลิขสิทธิ์ตามสัญญา ซึ่งในการชำระเงินค่าลิขสิทธิ์ บริษัทฯ ได้นำมูลค่าเงินค่าลิขสิทธิ์ ที่ชำระไปในแต่ละครั้งมาถือเป็นฐานภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อยื่นแบบและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เมื่อบริษัทฯ ดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าฟิล์มภาพยนตร์ที่ได้ซื้อลิขสิทธิ์แล้ว กรมศุลกากร ได้ทำการคำนวณฐานภาษีสำหรับเรียกเก็บอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยการนำมูลค่าของฟิล์มภาพยนตร์มารวมกับมูลค่า ของค่าลิขสิทธิ์ที่บริษัทฯ ได้ชำระไปให้แก่บริษัทในต่างประเทศแล้ว บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

1. การที่กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า โดยนำมูลค่าของฟิล์มภาพยนตร์มารวมกับมูลค่าลิขสิทธิ์ ภาพยนตร์เพื่อคำนวณเป็นฐานภาษี เมื่อบริษัทฯ ชำระเงินค่าลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ. 36 อีกหรือไม่

2. การซื้อลิขสิทธิ์ฟิล์มภาพยนตร์ต่างประเทศ โดยการชำระเงินไปยังผู้ผลิตภาพยนตร์ในต่างประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. การที่กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า โดยนำมูลค่าของฟิล์มภาพยนตร์มารวมกับมูลค่าลิขสิทธิ์ ภาพยนตร์เพื่อคำนวณเป็นฐานภาษี ต่อมาเมื่อบริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ไปให้แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ซึ่งถือว่า เป็นผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้ บริการในราชอาณาจักรมี หน้าที่ต้องเสีย ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากรโดยต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน ตามมาตรา 83/5 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ต้องชำระ ไปทั้งสองครั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธินำไปใช้หักกับภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

2. เงินค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ เข้าลักษณะเป็นค่าสิทธิ ตามมาตรา 40 (3) แห่ง ประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าสิทธิในกรณีดังกล่าวไปให้ผู้รับในต่างประเทศ หากปรากฏว่า ผู้รับเงินค่าสิทธินั้นมีฐานะ เป็นบริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินที่จ่ายใน อัตราร้อยละ 15 ของค่าสิทธิตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ผู้รับเงินได้จะเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศที่ประเทศไทย มีความตกลงว่าด้วยอนุสัญญาภาษีซ้อน ผู้รับเงินได้ก็อาจได้รับสิทธิลดหย่อนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 4 มีนาคม 2569

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจำหน่ายภาพยนตร์โดยการโอนลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ

    กค 0702/1230

  2. 6 ตุลาคม 2559

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าสิทธิไปต่างประเทศ

    กค 0702/8336

  3. 12 ธันวาคม 2549

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณียื่นแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) ก่อนการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักร

    กค 0706/พ./10129

  4. 26 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป

    กค 0706/6275

  5. 8 ตุลาคม 2544

    ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจ่ายเงินต้นคืนให้แก่บริษัทต่างประเทศผู้ให้กู้เงิน

    กค 0811/พ./9648

  6. 9 กรกฎาคม 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0811/6763

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 80/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ