ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50

กค 0706(กม.02)/3106 · 11 ตุลาคม 2550

เลขที่หนังสือ
กค 0706(กม.02)/3106
วันที่
11 ตุลาคม 2550
ข้อกฎหมาย
มาตรา 67 ตรี
เลขตู้
70/35378

1.ข้อหารือ

บริษัท ก. ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตามบัตรส่งเสริมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 18 เมษายน 2537 และเงื่อนไขลงวันที่ 25 ตุลาคม 2537 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการทั้งประเภทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยคำนวณกำไรสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดบริษัทฯ ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนพ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 โดยสรุปมีดังต่อไปนี้

มาตรา 31 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลา 8 ปี (เฉพาะส่วนที่ส่งออก) นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น

มาตรา 35 (1) ให้ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติมีกำหนด 5 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง (เฉพาะส่วนที่ส่งออก)

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทฯ มีอัตราภาษีที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 อัตรา คือ อัตราร้อยละ 30 สำหรับกำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและอัตราร้อยละ 15 สำหรับ กำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จึงมีปัญหาว่า

1. การเปรียบเทียบแสดงประมาณการกำไรสุทธิ ขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ต้องพิจารณาเปรียบเทียบอย่างไร จากข้อเท็จจริง ดังนี้ รอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม 2548 - 31ธันวาคม 2548

กิจการได้รับส่งเสริมการลงทุนลดอัตราภาษี 50% (อัตราภาษีที่ชำระ 15%) กิจการไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน เสียภาษีปกติ (อัตราภาษีที่ชำระ30%) รวมทั้งสิ้น

1.กำไรสุทธิ ภ.ง.ด.50                                       3,315,856,944.00           3,528,156,008.00           6,844,012,952.00

2.ประมาณการกำไรสุทธิ ภ.ง.ด. 51                      642,924,975.00           1,694,984,025.00           2,337,909,000.00

3.ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป                         2,672,931,969.00           1,833,171,983.00           4,506,103,952.00

4.คิดเป็นอัตราร้อยละ                                                              80.61                                51.96                                65.84

2. การพิจารณา "เหตุอันสมควร" ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.50/2537 เรื่อง แนวทางการพิจารณา "เหตุอันสมควร" กรณีแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ต้องพิจารณาอย่างไร จากข้อเท็จจริง ดังนี้

รอบระยะเวลาบัญชี 1 มกราคม - 31 ธันวาคม ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ กิจการได้รับส่งเสริมการลงทุนลดอัตราภาษี 50% (อัตราภาษีที่ชำระ 15%) กิจการไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเสียภาษีปกติ (อัตราภาษี ที่ชำระ30%)

รวมทั้งสิ้นรอบบัญชีปี 2547 ภ.ง.ด. 50                    398,386,545.00                                 0.00               398,386,545.00

รอบบัญชีปี 2548 ภ.ง.ด. 51                                     96,438,746.50             153,561,253.50               250,000,000.00            ประมาณการเสียภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 51 รอบบัญชีปี 2548 น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ภ.ง.ด. 50 ปี 2547 - ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ภ.ง.ด. 50 ปี 2547

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนประกอบกิจการทั้งที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (เฉพาะส่วนที่ส่งออก) และที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน และอยู่ในระยะเวลาได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของ อัตราปกติ มีกำหนด 5 ปี ตามมาตรา 31 และมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว

2. ตามข้อ 1 กรณีบริษัทฯ ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 ขาดไปร้อยละ 65.84 ของกำไรสุทธิรวม เข้าลักษณะบริษัทฯ ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิรวม ซึ่งได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น กรณีไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทฯ จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ชำระขาดตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

3. ตามข้อ 2 กรณีการพิจารณาเหตุอันสมควรตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว กำหนดว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิ และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วให้ถือว่า เป็นกรณีมีเหตุอันสมควร

เมื่อบริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลรวม ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2547 (ภ.ง.ด.50) จำนวน 398,386,545.00 บาท และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีรวมในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 (ภ.ง.ด.51) จำนวน 250,000,000.00 บาท จึงเข้าลักษณะบริษัทฯ ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิ และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว ถือว่า เป็นกรณีมีเหตุอันสมควร ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากร ฉบับดังกล่าว บริษัทฯ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ชำระขาดตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 19 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการมีเงินได้และการเสียภาษีอากรของคณะบุคคล

    กค 0706/10581

  2. 19 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ

    กค 0706/10573

  3. 15 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่านายหน้าให้แก่บริษัทต่างประเทศ

    กค 0706/10440

  4. 12 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจ้งเลิกและโอนกิจการ

    กค 0706/พ./10316

  5. 1 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีค่าตอบแทนการใช้ซอฟท์แวร์

    กค 0706/9966

  6. 1 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการชำระหนี้คงค้างระหว่างบริษัทในเครือ

    กค 0706/9958

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 67 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ