ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการรับขนส่งพนักงาน

กค 0702/6429 · 11 สิงหาคม 2552

เลขที่หนังสือ
กค 0702/6429
วันที่
11 สิงหาคม 2552
ข้อกฎหมาย
ข้อ 12/4 (2) ของกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ
เลขตู้
72/36786

1.ข้อหารือ

นางสาว อ. ประกอบกิจการเป็นผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ มีปัญหาเกี่ยวกับกรณีการประกอบกิจการรับขนส่งพนักงาน โดยมีข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

1. บริษัทผู้ว่าจ้างได้ตกลงว่าจ้างให้ผู้รับจ้างซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา รับส่งพนักงานของบริษัทผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีข้อตกลงด้วย วาจาที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน โดยยึดถือสัญญาเดิมที่เคยตกลงกันของผู้รับจ้างรุ่นแรกๆ เมื่อปี 2546 มาเป็นแนวทางใน การปฏิบัติ ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่า ผู้รับจ้างต้องจัดรถ ซึ่งมีทั้งรถบัส รถตู้ รถกระบะปิกอัพ พร้อมพนักงานขับรถ เพื่อบริการรับส่ง พนักงานของบริษัทผู้ว่าจ้างทุกวัน เว้นวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่บริษัทผู้ว่าจ้าง กำหนดให้มีการหยุด วิ่งรับส่ง และการรับส่งพนักงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามเส้นทางที่บริษัทผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างตกลงและกำหนดเส้นทางไว้ แน่นอนแล้ว

2. บริษัทผู้ว่าจ้างกำหนดค่าจ้างตามระยะทาง โดยมิได้นำจำนวนคนโดยสารมากำหนดค่าจ้าง และกำหนดจ่ายกัน เดือนละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือนของทุกเดือน

3. การรับส่งพนักงานของบริษัทผู้ว่าจ้างในแต่ละวัน ผู้รับจ้างจะต้องวิ่งรถรับส่งวันละ 3 กะ ยกเว้นวันอาทิตย์หรือ วันทำงานในวันนักขัตฤกษ์ให้วิ่งรับส่งเพียง 2 กะ

4. กรณีบริษัทผู้ว่าจ้าง จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง บริษัทผู้ว่าจ้าง จะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ ผู้รับจ้าง โดยระบุประเภทเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าจ้างร้อยละ 3.0 หรือค่าบริการร้อยละ 3.0

5. กรณีผู้รับจ้างมีเส้นทางเดินรถรับส่งมากกว่า 1 เส้นทาง ผู้รับจ้างจะไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถด้วยตนเอง แต่จ้างพนักงาน ขับรถมาขับให้แทนเป็นประจำ และรถยนต์ที่ใช้ในการรับส่งพนักงาน ผู้รับจ้างอาจจะมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ดังกล่าว

นางสาว อ. จึงขอทราบว่า กรณีการประกอบกิจการรับขนส่งพนักงานดังกล่าวของผู้รับจ้าง ถือเป็นการประกอบกิจการ ให้บริการขนส่งตามสัญญารับขนหรือเป็นการประกอบกิจการรับจ้างตามสัญญารับจ้างทำของ และบริษัทผู้ว่าจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราเท่าใด

2.แนววินิจฉัย

กรณีผู้รับจ้างได้ตกลงด้วยวาจากับบริษัทผู้ว่าจ้าง เพื่อให้บริการรับส่งพนักงานตามวัน เวลา และเส้นทางที่กำหนดไว้ โดยรถยนต์ที่ใช้ในการให้บริการดังกล่าวยังคงอยู่ในความครอบครองของผู้รับจ้าง และไม่มีการให้บริการอื่นอีกนอกจาก การขนส่งพนักงาน เข้าลักษณะเป็นสัญญารับขนตามมาตรา 608 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทผู้ว่าจ้าง ใน ฐานะผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0 ตามข้อ 12/4(2) ของคำสั่ง กรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 7 กันยายน 2561

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการรับ - ส่งเอกสารด้วยรถจักรยานยนต์

    กค 0702/พ./6969

  2. 16 ธันวาคม 2557

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการประกอบกิจการขนส่งผู้โดยสาร

    กค 0702/9423

  3. 17 ธันวาคม 2552

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินตามสัญญาเช่ารถยนต์และสัญญาการ ให้บริการพนักงานขับรถยนต์ ข้อหารือ สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

    กค 0702/2735

  4. 2 กรกฎาคม 2550

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขนส่งและการเช่ารถแม็คโคร

    กค. 0706/6461

  5. 21 กุมภาพันธ์ 2550

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขนส่ง และขนถ่ายสินค้าและอุปกรณ์

    กค 0706/2244

  6. 8 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าโฆษณา ค่าห้องพัก ค่าจัดหารถยนต์พร้อมคนขับ ค่าเช่า ค่าจ้างเทพื้นคอนกรีต ค่าซื้อหนังสือพิมพ์ ค่าป่วยการ และเงินเดือน ประเด็นปัญหา: คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528,มาตรา 40(8), มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร             1. บริษัทฯ ได้ว่าจ้างบริษัทในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีสถานประกอบการใน ประเทศไทย โฆษณาสินค้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทในประเทศสิงคโปร์ โดยบริษัทฯ จะนำรูปถ่ายและตัวอย่างสินค้าที่ผลิตส่งมอบให้บริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพื่อโฆษณาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลที่เข้าไปดูรายการสินค้าในเว็บไซต์ จึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการ (Information Listing In Japan-Thailand Electronic Online Directory) ให้แก่บริษัทในประเทศสิงคโปร์ จะต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36) หรือไม่ อย่างไร           2. บริษัทฯ จ่ายค่าห้องพักของพนักงานให้แก่บริษัทผู้ให้เช่า โดยหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ต่อมาบริษัทผู้ให้เช่าได้เปลี่ยนกิจการเป็นโรงแรม และ เรียกเก็บเป็นค่าบริการห้องพัก บริษัทฯ สามารถหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5.0 ได้ หรือไม่           3. บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทอื่น ให้จัดหารถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับเพื่อรับ-ส่งพนักงานตามจุดต่าง ๆ และจัดหารถบัสพร้อมคนขับนำมาจอดไว้ที่บริษัทฯ ทั้งวันเพื่อ รับ-ส่งพนักงานผู้มาทำงานล่วงเวลาในวันหยุด และจัดหารถยนต์ตู้พร้อมคนขับเพื่อสำรอง (Stand by) ไว้ใช้ออกไปในสถานที่ต่าง ๆ แล้วแต่กรณี หรือเพื่อพาแขกไปตีกอล์ฟตามจังหวัดใกล้เคียงใน บางครั้ง โดยมีข้อกำหนดแห่งสัญญาให้บริษัทผู้จัดหารถยนต์คำนวณค่าบริการและค่าน้ำมันตามระยะทางพร้อมค่าล่วงเวลา บริษัทฯ ขอทราบว่า                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการจัดหา รถยนต์ตู้และรถบัสพร้อมคนขับ ในอัตราเท่าใด อย่างไร เป็นอย่างไร                (2) หลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5.0 ร้อยละ 3.0 และร้อยละ 1.0 สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ และค่าขนส่ง ตามลำดับเป็นอย่างไร           4. บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใด สำหรับการจ่ายเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดา ในกรณีดังต่อไปนี้                (1) กรณีบริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้บุคคลธรรมดาทำการกั้นห้อง หรือเทพื้นคอนกรีต โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระทั้งหมด และจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้งเป็นจำนวนไม่เท่ากัน                (2) กรณีบริษัทฯ ซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากบุคคลธรรมดาทุกวันในราคาปกติ                (3) กรณีรถยนต์รับส่งพนักงานของบริษัทฯ ไม่เพียงพอในบางวัน บริษัทฯ จะว่าจ้างบุคคลธรรมดาให้จัดหารถยนต์พร้อมคนขับ เพื่อรับส่งพนักงานตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ ตกลงกัน โดยตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นรายเที่ยวเที่ยวละไม่ถึง 1,000 บาท ตามระยะทางใกล้หรือไกลของเส้นทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรวบรวมจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนเดือนละครั้ง โดยในบางเดือนมีจำนวนเกินกว่า 1,000 บาท           5. กรณีบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิต สินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย และได้ทำข้อตกลงให้บริษัท ในประเทศมาเลเซีย จัดส่งวิศวกรเครื่องจักร เพื่อให้คำแนะนำวิธีใช้เครื่องจักรให้ราบรื่นและมี ประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า โดยบริษัทในประเทศมาเลเซีย จะจัดส่งวิศวกรจำนวน 4 คน มาให้คำแนะนำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่า แล้วแต่กรณี ในปีภาษี เดียวกัน โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบให้ความสะดวกเกี่ยวกับที่พักและรถรับ-ส่ง พร้อมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 600 บาท ให้แก่วิศวกรโดยตรง ระหว่างที่พักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งเงินเดือน ในประเทศมาเลเซีย เงินประกันตามกฎหมาย ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ และค่าล่วงเวลา โดยบริษัทฯ จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ตามใบแจ้งหนี้ที่จัดส่งมาเรียกเก็บ ภายหลัง บริษัทฯ ขอทราบในกรณีดังต่อไปนี้                (1) บริษัทฯ จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากวิศวกรจำนวน 4 คน หรือไม่ หากต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้คำนวณภาษีจากฐานรายได้ใด นำส่งด้วยแบบแสดง รายการใด หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างไร                (2) บริษัทฯ ในประเทศมาเลเซียต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร                (3) บริษัทฯ ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ อย่างไร จากฐานค่าใช้จ่ายใดบ้าง

    กค 0706(กม.05)/1022

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ