อากรแสตมป์ กรณีการนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์
กค 0702/2135 · 22 มีนาคม 2554
- เลขที่หนังสือ
- กค 0702/2135
- วันที่
- 22 มีนาคม 2554
- ประเภทภาษี
- อากรแสตมป์
- ข้อกฎหมาย
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 52)ฯ ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
- เลขตู้
- 74/37690
1.ข้อหารือ
กรณีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 52) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสาร 28. (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ข้อ 1 (3) กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์ที่ได้รับชำระจากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ในการบังคับคดีส่งสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่เดือนละ 2 งวด คือ
(ก) งวดแรก ค่าอากรที่ได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ให้นำส่งภายในวันที่ 30 ของเดือนเดียวกัน
(ข) งวดที่สอง ค่าอากรที่ได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันสุดท้ายของเดือน ให้นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ดังนั้น กรมบังคับคดี จึงเห็นว่า หากกรณีผู้ซื้อทรัพย์ชำระเงินครบถ้วนและรับหนังสือไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ในวันที่ 1 ของเดือน กรมบังคับคดีจะต้องรอให้ผู้ซื้อทรัพย์แถลงเหตุขัดข้องในการโอนกรรมสิทธิ์ไว้ 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 16 ของเดือน ระยะเวลาของการนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์จึงเริ่มนับและเจ้าหน้าที่ของกรมบังคับคดีจะนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์ดังกล่าวในงวดที่สอง ตามข้อ 1 (3) (ข) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 21) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสาร 28. (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 52)ฯ ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 กรมบังคับคดี จึงขอหารือว่า การนับระยะเวลาการนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์ดังกล่าว ถูกต้องหรือไม่
2.แนววินิจฉัย
ตามข้อ 1 (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 52)ฯ ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์ที่ได้รับชำระจากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ในการบังคับคดีส่งสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่เดือนละ 2 งวด ตามวันที่กำหนดไว้ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว ซึ่งกรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติ ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 ว่า การนับระยะเวลาการนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์ให้เริ่มนับจากวันที่มีการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เสร็จสิ้น และ คำว่า "ขายทอดตลาด" ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว หมายถึง การขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ไม่มีคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียร้องคัดค้านการขายทอดตลาดหรือร้องขัดทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์ได้ชำระราคาครบถ้วนแล้ว ดังนั้น กรณีผู้ซื้อทรัพย์ได้ชำระเงินค่าอากรครบถ้วนแล้วและรับหนังสือไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ในวันที่ 1 ของเดือน ระยะเวลาของการนำส่งเงินค่าอากรแสตมป์จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือน ซึ่งเป็นวันที่ชำระเงินค่าอากรครบถ้วน เจ้าพนักงานจึงต้องนำเงินค่าอากรแสตมป์ที่ได้รับชำระดังกล่าว ส่งสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ ตามวันที่กำหนดไว้ตามข้อ 1 (3) (ก) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
30 มีนาคม 2559
อากรแสตมป์ กรณีการชำระอากรสำหรับตราสารการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างที่มีค่าเช่าตั้งแต่1,000,000 บาทขึ้นไป0702/2709
11 กรกฎาคม 2547
อากรแสตมป์ กรณีขอคืนเงินค่าอากรแสตมป์กค 0706/7564
19 พฤษภาคม 2543
อากรแสตมป์ กรณีการจดทะเบียนทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งไม่สามารถคำนวณค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนได้กค 0811/3980
11 เมษายน 2543
อากรแสตมป์ กรณีการคำนวณเงินเพิ่มอากรกค 0811/2876
1 กรกฎาคม 2541
อากรแสตมป์ กรณีนำส่งเงินอากรแสตมป์เป็นตัวเงินเกินกำหนดเวลากค 0811(กม)/1269
5 มีนาคม 2541
อากรแสตมป์ กรณีการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์กค 0811/02855
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ